ตเจ้ายังสามารถเรียนรู้ได้เลย นอกจากนี้เจ้ายังสามารถใช้พลังแห่งชีวิตได้แล้วอีกด้วย” จื่อโยวกล่าวชมเชยมู่เฉียนซีพลางหัวเราะคิกคัก กไปด้วย
จิ่วเยี่ยในเวลานี้มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของมู่เฉียนซีพร้อมทั้งกล่าวกับจื่อโยวว่า “พวกเจ้าสู้กับต้นไม้ปีศาจแห่งความตายไม่ไหวหรอก ฉะนั้นเจ้ารีบพาซีออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เล ลย”
สีหน้าของจื่อโยวเปลี่ยนไม่มาก เขากล่าว “เยี่ย!”
“ถึงพวกเจ้าจะอยู่ที่นี่ก็เกะกะอยู่ดี ฉะนั้นจงคุ้มครองซีให้ดีนี่คือภารกิจที่สำคัญที่สุดของพวกเจ้า หลังจากนี้ไม่ว่าผู้ใดที่คิดจะทำร้ายนาง พวกเจ้าก็จงอย่าได้ออมมือและปกป ป้องนางอย่างเต็มที่” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย แล้วมองไปทางจิ่วเยี่ยพลางกล่าวว่า “รวมไปถึงเจ้าด้วยหรือไม่? จิ่วเยี่ย!”
“ใช่แล้ว! รวมไปถึงข้าด้วย ซี!” จิ่วเยี่ยเข้าใกล้มู่เฉียนซี จากนั้นก็กล่าวพลางขบที่ติ่งหูของนางไปด้วย
และคาดว่านี่น่าจะเป็นการเข้าใกล้ครั้งสุดท้ายแล้ว มิเช่นนี้คงทนไม่ไหวแน่…
นัยน์ตาของมู่เฉียนซีหดลงอย่างกะทันหัน สภาพของจิ่วเยี่ยไม่เสถียรมาตั้งแต่ก่อนที่จะเปิดตำหนักเทพแห่งชีวิตแล้ว
และเมื่อเข้ามาในตำหนักเทพ นางก็ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่า