่งของของข้า แล้วยังกล้าจะฆ่าข้าอีก ฉะนั้นข้าก็เลยมอบพิษเพลิงให้กับพวกเจ้าสักหน่อยก็เท่านั้นเอง” มีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นมาบนมุมปากของมู่เฉียนซี
ภายในรอยยิ้มของมู่เฉียนซีนั้นเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า นางกล่าวว่า “ฆ่ามัน! ฉวยโอกาสตอนนี้ ทำลายพวกมันเสีย”
เมื่อมู่หลินหลางมีคนกลุ่มนี้ จึงมักที่จะโอ้อวดและแสดงแสนยานุภาพอยู่เสมอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่หากคนเหล่านี้ต่างพากันตายไปจนหมด นางก็คงไม่มีความสามารถมากพอที่จะฝ่าฟัน นอุปสรรคในตำหนักเทพแห่งชีวิตนี้ไปได้อย่างแน่นอน
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
พวกเขารู้สึกว่าจิตวิญญาณของพวกเขากำลังถูกแผดเผาจนมอดไหม้ ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ
“ฝ่าบาทหลินหลาง พิษนี้ต้องถูกวางไว้ที่นี่แน่นอน พวกเราจำเป็นที่จะต้องหนีออกไปพ่ะย่ะค่ะ ต้องทำเช่นนี้ถึงจะมีหนทางสามารถหาทางถอนพิษเจอได้ มิเช่นนั้นพวกเราจะต้องตายอยู่ที นี่แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!”
หากไปทั้งอย่างนี้ ก็ไม่เท่ากับว่าปล่อยมู่เฉียนซีไปอีกครั้งอย่างนั้นหรือ?
มู่หลินหลางรู้ดีว่าการมีอยู่ของมู่เฉียนซีนั้นสร้างความกดดันให้นางมากมายเพียงใด แต่พวกเขาในตอนนี้ไม่มีความสามารถพอที่จะฆ่ามู่เฉียนซีได้ และถึงแม้ว่าภายในใจจะไม่เต็มใจนัก แต ต่นางก็ทำไ