ในขณะที่มู่เฉียนซีกำลังครุ่นคิดอย่างกลัดกลุ้ม ทันใดนั้นนางก็เหลือบไปเห็นรากของอัคคีพฤษ์ต้นนี้
มันสามารถดูดซับไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีนี้ได้โดยที่ไม่มีปัญหาอะไรเลยแม้แต่น้อย ฉะนั้นมันย่อมต้องสามารถต้านทานพลังธาตุอัคคีได้แน่นอนอยู่แล้ว
“นึกออกแล้ว!”
อัคคีพฤษ์นี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ซึ่งมู่เฉียนซีก็รู้สึกว่าอาวุธธรรมดาทั่วไปไม่สามารถตัดมันได้อย่างแน่นอน ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงหยิบเอากระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณออกมา
กระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณตัดรากไม้ออกมาหลายชิ้น หลังจากนั้นนางก็เตรียมวัสดุอย่างอื่นเพิ่มเติม และเริ่มทำการหลอมภาชนะครั้งต่อไป
จูเชว่กล่าวว่า “ซีซีนี่ฉลาดจริง ๆ คิดไม่ถึงเลยว่าจะใช้ประโยชน์จากรากไม้นี้ในการหลอมภาชนะ”
มู่เฉียนซีได้หลอมขวดยาสีแดงเพลิงออกมา และในที่สุดคราวนี้มู่เฉียนซีก็สามารถรวบรวมไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีได้สำเร็จเสียที
ส่วนคนอื่น ๆ ที่ตามมาด้วยในเวลานี้ต่างก็ตกอยู่ในความตื่นตะลึง ที่แท้ท่านมู่ก็ไม่ได้เป็นเพียงอัจฉริยะนักปรุงยาที่วิปลาสเท่านั้น แต่เป็นนักหลอมอาวุธคนหนึ่งอีกด้วย
แม้ว่าการหลอมขวดจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่คุณภาพที่ได้นั้นไม่ต่ำเลย ซึ่งท่านมู่ก็หลอมออกมามากมายรา