้าจะรอผลจากเจ้า!”
ความจริงแล้วเขายอมรับเรื่องที่เสี่ยวเฟิงอาจจะตายไปแล้วได้นานแล้ว และหลังจากที่พวกเขาแยกจากกันนานในที่สุดก็ ได้มาเจอกันอีกครั้ง
ตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่ มันจึงทำให้ความหวังภายในใจของเขาลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
หากจะต้องสูญเสียน้องชายคนนี้ของเขาไปอีกครั้งแล้วล่ะก็ ตัวเขาน่าจะต้องทุกข์ทรมานกว่าก่อนหน้านี้เป็นแน่
เมื่อพูดจบ มู่เฉียนซีก็พาซูอี้เฟิงเข้าไปในห้องปรุงยาของนาง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เสี่ยวเฟิง อย่างกลัวไปเลย!”
ในเมื่อตอนนี้เสี่ยวเฟิงยังมีชีวิตอยู่ นั่นก็หมายความว่าเขาต้องผ่านประสบการณ์การทดลองมานานกว่าสิบปีแล้ว
เขาที่ต้องได้รับปฎิบัติเช่นนี้อยู่ทุกวี่ทุกวัน แล้วจะไม่ให้เขากลัวหรือรังเกียจได้อย่างไรกัน
ซูอี้เฟิงกล่าวว่า “พี่สาว ข้าไม่กลัวหรอก! ข้ากล้าหาญที่สุดแล้ว ข้าเชื่อว่าพี่สาวจะต้องไม่ทำร้ายข้าแน่นอน”
“ดี! เช่นนั้นเจ้าก็ขึ้นไปนอนบนเตียงหยกอุ่นนั้นเถิด”
“อื้ม!”
ซูอี้เฟิงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาไม่กลัวที่จะต้องฉีดยาหรือไม่กลัวที่จะต้องกินยาใด ๆ ทั้งสิ้น แต่การที ไม่มีเสียงร้อง กลับทำให้นางปวดใจมากยิ่งขึ้นไปอีก
บนสีหน้าของมู่เฉียนซีฉายแววเคร่งขรึมออกมา ร่างกายของเสี่ยวเฟิงเป็น