ึงจะสามารถตรวจสอบอย่างละเอียดได้
พลังของกระบี่อันเฉียบคมพุ่งจู่โจมไปในอากาศ และกระบี่นี้ก็เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอันน่าสะพรึงกลัวของชิงหลง
สีหน้าของเจ้าสำนักของสำนักหมอทมิฬเปลี่ยนไปมากทันที และเขาก็กลิ้งไปบนพื้นเพื่อหลบหลีกมัน
โชคยังดีว่าความสามารถของเขาอยู่ในระดับที่สูงกว่าชิงหลงมาก นอกจากนี้ยังอยู่กันไกลถึงขนาดนี้ ดังนั้นจึงทำให้สามารถรอดจากความตายไปได้
มิเช่นนั้นคงต้องตายแน่นอน!
“เขาไม่ใช่ตัวทดลองนะ!”
แม้ว่าใบหน้านั้นจะแข็งทื่อเป็นอย่างมาก แต่กลับมีเปลวเพลิงกำลังลุกโชนอยู่ในด้วยตาที่เย็นยะเยือกคู่นั้นของเขา
ชิงหลงกล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “มู่เฉินซี ช่วยข้าดูแลอี้เฟิงหน่อย ข้าจะไปฆ่าไอ้แก่นั่นก่อน”
ทันทีที่พูดจบ ซูอี้ชิงก็ยกกระบี่ขึ้นและพุ่งทะยานไปยังเจ้าสำนักของสำนักหมอทมิฬทันที
ในเวลานี้ซูอี้ชิงเกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก และทนที่จะหั่นเจ้าสำนักของสำนักหมอทมิฬเป็นหมื่น ๆ ชิ้นไม่ไหวแล้ว
เจ้าสำนักของสำนักหมอทมิฬกล่าวอย่างตื่นตกใจว่า “อี้เฟิง ข้าจำได้ว่าตอนที่ตัวทดลองนั้นพึ่งมาถึงจะมีชื่อนี้อยู่นะ ดูเหมือนว่าจะเป็นซูอี้เฟิง จะ…เจ้ารู้ชื่อของเขา หรือว่า…”
“หรือว่าเจ้าเป็นคนที่หนีออกไปได้คนแรกอย่างนั้นหรือ!”