ฆ่าพวกมัน…ฆ่าพวกมันซะ…”
ถึงซูอี้เฟิงจะได้ยินคำสั่งเช่นนี้แล้วก็ตาม แต่เขากลับไม่ได้ทำตามแต่อย่างใด
อีกทั้งเขายังหันมาถามมู่เฉียนซีด้วยว่า “พี่สาว ข้าจะต้องฟังคำพูดของเขาหรือไม่ขอรับ!”
เด็กน้อยที่น่าเอ็นดูเช่นนี้ทำให้ใจสั่นได้จริง ๆ มู่เฉียนซีเอามือลูบผมของเขาพลางกล่าวว่า “เจ้าหมอนั่นคือคนเลว อย่าไปฟังคำพูดของเขาเลย รอให้พี่ชายของเจ้าแก้แค้นให้เจ้าเถอะ”
“พี่ชาย…” ซูอี้เฟิงบ่นพึมพำด้วยเสียงที่แผ่วเบา ซึ่งในสมองของเขาตอนนี้มีแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น
“พี่ชาย เป็นเขาหรือว่าเขา?” แววตาของเขาจ้องมองไปที่ชิงหลงและชิงอิ่ง
ดูเหมือนว่าเจ้าสำนักของสำนักหมอทมิฬจะไม่ได้โกหก เพราะตอนนี้ซูอี้เฟิงได้ลืมเลือนพี่ชายของตนเองไปแล้วจริง ๆ
ชิงหลงที่ใส่ใจน้องชายของตนเองมากถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าเจ้าเด็กน้อยนี่จำเขาไม่ได้ จะรู้สึกเจ็บปวดมากเพียงใดกัน?
“ซูอี้เฟิง เจ้าเป็นของข้า เป็นของข้านะ เหตุใดเจ้าถึงไม่เชื่อฟังคำสั่งของข้าล่ะ” เจ้าสำนักหมอทมิฬคำรามร้องออกมา
และนอกจากนี้ซูอี้เฟิงก็ยังฟังคำสั่งของมู่เฉียนซีอย่างเชื่อฟังอีกด้วย ซึ่งนี่ทำให้เขาไม่เข้าใจมันอย่างสิ้นเชิง
อัจฉริยะผู้ทรงพลังที่ตนเองสร้างออกมาตอนนี้ได้กลายเป็นเหมือนสัตว์เ