ตัวเองจนกลายมาเป็นหนึ่งในกองกำลังระดับสี่ครึ่งได้นั้น ก็ต้องขอบคุณนักปรุงยาขอ องสำนักหมอทมิฬคนนี้และนักปรุงยาคนอื่น ๆ ในสำนักด้วย เพียงแต่ว่าเพราะทรัพยากรส่วนใหญ่ได้ถูกท่านเจ้าสำนักเอา าไปใช้ในห้องทดลองจนหมด ดังนั้นทรัพยากรในการฝึกฝนของคนในสำนักหมอทมิฬเหล่านี้จึงมีเพียงเล็กน้อย และทำให้ความสา ามารถของพวกเขาไม่โดดเด่นนัก
เนื่องจากพวกเขาอาศัยค่ายกลพิษด้วยความมั่นใจว่าจะไม่มีผู้ใดกล้าต่อต้านได้ แต่ความจริงแล้วมันกลับถูกผู้ชายคน นหนึ่งทำลาย และสุดท้ายความตายก็กำลังใกล้เข้ามา
มู่เฉียนซีก็ผงะไปครู่หนึ่งเช่นกัน พลังของอสนีบาตนี้ช่างแข็งแกร่งจริง ๆ!
ครืนนนน!
ในขณะที่สายฟ้านั้นกำลังฟาดลงมา มันก็ได้โจมตีจนทำให้เมืองใต้ดินนั้นเกิดรูขนาดใหญ่เลยทีเดียว และทำให้ห้องทด ดลองใต้ดินอันมืดมิดแห่งนี้ถูกเปิดเผยออกสู่ภายนอกจนหมด
ที่เจ้าสำนักหมอทมิฬเปิดใช้กลไกนี้ ก็เพื่อที่จะฉวยโอกาสในการหลบหนีนั่นเอง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ชิงอิ่ง ไล่ตามไป! อย่าปล่อยให้เขาหนีไปได้”
“เช่นนั้นเฉียนล่ะ?” ชิงอิ่งกล่าวถาม
“ข้าจะไปเจอกับเจ้าอสนีบาตดำนี่สักหน่อย!” อสนีบาตนี้มีพลังที่แข็งแกร่งกว่าสายฟ้าพิฆาตเป็นอย่างมาก ซึ่งสำหรับร่ างกายของมู่เฉียน