แล้ว เช่นนั้นจงยอมรับความตายเสียเถอะ!”
“ช่างเกะกะจริง ๆ เลย!” มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นมาอย่างหงุดหงิด
“ลงมือเลย” มู่เฉียนซีไม่อยากที่จะเสียเวลาอยู่ที่นี่กับมู่หลินหลางอีกแล้ว นางต้องการที่จะฉวยโอกาสช่วยเสี่ยวไป๋ตอนที่จิตวิญญาของเป่ยกงจั๋วกำลังได้รับบาดเจ็บ ซึ่งแน่นอนว่ามันสำคัญสำหรับนางมากกว่าอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามกองกำลังของราชวงศ์ตงหวงที่ไล่ตามมาหาเรื่องเหล่านี้ก็จัดการได้ไม่ง่ายนัก ในขณะที่คนอื่นกำลังต่อสู้กับพวกของมังกรวารี มู่หลินหลางก็พุ่งเข้าจู่โจมหามู่เฉียนซีอีกครั้ง
ด้ายจักรพรรดิทองคำแหวกไปในอากาศและโหมกระหน่ำเข้ามา แต่มู่เฉียนซีกลับกล่าวพลางยิ้มเยาะว่า “มู่หลินหลาง เจ้าพ่ายแพ้ให้ข้าติดต่อกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าขนาดนี้แล้ว มันจึงทำให้ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าผู้ใดเป็นคนมอบความกล้าให้เจ้ากล้ามาเผชิญหน้ากับข้าอีกกันแน่?”
มู่หลินหลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “มู่เฉินซี วันนี้ข้ามู่หลินหลางจะต้องฆ่าเจ้าให้ได้!”
“เจ้าทำไม่ได้หรอก!”
ตูมมม!
พลังวิญญาณธาตุวายุระเบิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน จากนั้นนางก็พุ่งขึ้นไปในอากาศ
มู่เฉียนซีเองก็ค้นคว้าเคล็ดลับของมู่หลินหลางจนเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ฉะนั้นมันจึงทำให้นางต่อสู้กับมู่หลิ