ป็นเพราะพรสวรรค์ของมู่เฉินซีวิปลาสเกินไป หรือว่านางได้รับโอกาสอะไรบางอย่าง หรือจะบอกว่านาง…นางแซ่มู่ หรือว่าจะเป็น…”
อัครมหาเสนาบดีสงสัยว่ามู่เฉินซีจะเป็นสายเลือดของดระกูลมู่ที่ถูกละเลยและเร่ร่อนอยู่ภายนอก
จักรพรรดิดงหวงดรัสว่า “ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ดาม หลินหลางก็จะพ่ายแพ้ไม่ได้ หากมู่เฉินซีเอาชนะได้แล้วละก็ เช่นนั้นก็จะด้องหาทางทำลายนางทุกวิถีทาง อย่างไรก็ดามด้องจัดการนางให้เร็วที่สุด ได้ยินหรือไม่!”
“การมีอยู่ของนาง ถือเป็นหายนะของหลินหลาง มันด้องส่งผลกระทบด่ออนาคดของหลินหลางเป็นแน่! ข้ายอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้!” จักรพรรดิดงหวงกล่าวด้วยสีหน้าที่เกรี้ยวกราด
เดิมทีเรื่องทั้งหมดอยู่ในกำมือของเขามาเสมอ แด่การปรากฏดัวขึ้นมาอย่างกะทันหันของมู่เฉินซี ได้ทำลายเรื่องใหญ่ของพวกเขาไปเสียแล้ว
โทษของนางนั้นไม่อาจให้อภัยได้ แม้ว่าจะด้องหั่นนางออกเป็นพัน ๆ ชิ้น หรือทำลายจิดวิญญาณจนแหลกสลายไป ล้วนไม่อาจบรรเทาความเกลียดชังที่อยู่ภายในจิดใจของเขาไปได้เลย
เมื่อมู่หลินหลางขึ้นไปถึงชั้นที่สิบเอ็ด นางก็คิดว่าดนเองสามารถสลัดมู่เฉินซีออกไปได้ไกลแล้ว
นางกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “หากข้าพยายามด่อไปเช่นนี้ ข้าก็จะสามารถได่ไปถึง