ลังจะขยายกิจการมาที่เมืองหลวงตงหวง ข้าเลยมาเพื่อตรวจสอบดูสักหน่อย” ไป๋เจ๋อกล่าวอย่างจริงจัง
มีเพียงอากุ่ยเท่านั้นที่กล่าวด้วยสีหน้าที่สับสนว่า “นั่นมัน…ไม่ถูกต้องนี่! พวกเราไม่ได้มาช่วยเสี่ยวซีอย่างนั้นหรือ?”
คนอื่น ๆ แสดงสีหน้าเอือมระอาขึ้นมาทันที พวกเขาลืมตัวไปสารภาพกับเจ้าเด็กคนนี้ได้อย่างไรกัน
“พรืดด” ความปากอย่างใจอย่างของพวกเขาได้ถูกความไร้เดียงสาของอากุ่ยเปิดเผยจนหมดแล้ว และนี่ก็ทำให้มู่เฉียนซีอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
“ในเมื่อพวกเราเป็นคนรู้จักกัน แค่พวกเจ้าสามารถมาช่วยเหลือข้าได้ข้าก็ดีใจมากแล้ว แต่ตอนนี้มีความเสี่ยงมากเกินไป ข้าเลยอยากให้พวกเจ้ารีบออกไปโดยเร็ว และข้าก็สามารถหาทางพาตนเองออกไปได้แน่นอนอยู่แล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเคร่งขรึม
ชิงหลงกล่าวว่า “หากสามารถลอบสังหารยอดฝีมือของราชวงศ์ตงหวงได้ ข้าก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน”
“หากสามารถฉวยโอกาสในช่วงที่ชุลมุนทำให้คนของราชวงศ์ตงหวงต้องสูญเสียอย่างหนักได้ มันก็ถือว่าข้าได้รับคุณงามความดีครั้งใหญ่ด้วยเหมือนกัน!” ซวนอู่กล่าวด้วยรอยยิ้มจาง ๆ
ฉงหมิงหยักไหล่แล้วกล่าวว่า “ในเมื่อข้ามาแล้ว หากไม่ได้ทำอะไรสักอย่างข้าก็ไม่กลับไปหรอก!”
จูเชว่