นว่าด้านล่างไม่มีความเคลื่อนไหว มู่เฉียนซีจึงมองไปที่เจี้ยนเจี้ยนแล้วกล่าวว่า “สรุปแล้วเจ้ายังจะแข่งอยู่หรือไม่ ไหน ๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว อยากจะออกไปโดยที่ไม่ได้แข่งเลยอย่างนั้นหรือ?”
“แต่ว่า ขะ…ข้าไม่รู้ว่าจะเลือกผู้ใดดีนี่น่า!”
“งั้นเจ้าว่ากับข้าดีหรือไม่?”
“ลูกพี่มู่ อย่ามาล้อข้าเล่นเช่นนี้สิ” หากต้องประลองกับลูกพี่มู่ ไม่สู้เขาออกไปเองไม่ดีกว่าหรือ?
แต่ทว่าที่ลูกพี่กล่าวมาก็มีเหตุผล ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วจะไม่สู้ก็ถือว่ามาเสียเที่ยวเสียเปล่า ๆ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีทางชนะเลยก็ตาม
ตอนนี้ไม่มีคนอยู่ที่สนามประลองที่หนึ่ง ฉะนั้นเขาจึงพุ่งทะยานขึ้นไป พลางกล่าวว่า “ข้ามาเพื่อท้าทาย สนามประลองที่หนึ่ง!”
“เป็นเพียงผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับเก้า คิดจะรนหาที่ตายรึ!” ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ดังระงม
มู่เฉียนซีที่อยู่บนสนามประลองที่สิบไม่มีผู้ใดมาท้าทายเลย จึงทำให้นางรู้สึกเบื่อเป็นอย่างมาก ฉะนั้นนางจึงทำได้เพียงรอชมการแข่งขันจากสนามอื่นเท่านั้น อีกทั้งตำแหน่งที่นางอยู่นี้ก็มีมุมมองที่กว้างมากเลยทีเดียว
ผู้ที่ครองสนามประลองที่หนึ่งก็คือฉินซิน ความจริงแล้วเขาเป็นลูกศิษย์ที่มีความซื่อตรงมากคนหนึ่ง อีกท