ว่านซือเยี่ยนที่กำลังกินข้าวไปด้วยและกำลังแอบฟังไปด้วยนั้นก็ได้แต่กลั้นขำเอาไว้ เมื่อเทียบกับเขาที่ถูกทำให้โกรธจนต้องเดินหนีไป มู่หลานลั่วผู้นี้ดูจะบอบช้ำหนักกว่าเขาเสียอีก
นอกจากนี้ยังคิดไม่ถึงเลยว่านางจะทำให้มู่หลานลั่วเชื่อได้จริง ๆ สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้พูดออกมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการไม่รู้วิธีทำธุรกิจ หรือการไม่รู้จักวิธีการร่วมมือ เห็นอยู่ชัด ๆ ว่านางนั้นรู้เรื่องมากแค่ไหน
ในเมื่อไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ไม่เป็นผลอะไร มู่หลานลั่วจึงกล่าวว่า “ที่ร้านอาหารหวงฮ่าวยังมีเรื่องที่ต้องไปจัดการ ท่านหมอปีศาจ เช่นนั้นข้าขอตัวลา ไว้มีเวลาข้าจะหาโอกาสไปเยี่ยมท่านหมอปีศาจที่หอหมอปีศาจนะขอรับ”
“อื้ม!” มู่เฉียนซีพยักหน้ารับเล็กน้อย
มู่หลานลั่วออกไปแล้ว และทันทีที่เขาเดินออกไปจากห้องส่วนตัว เจ้าของร้านก็มาเก็บเงินกับเขา
“ท่านผู้นำมู่ ทั้งหมด…”
นี่มันถือว่าไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลย และว่านซือเยี่ยนก็หลอกคนอื่นอย่างโหดเหี้ยมตามที่คาดไว้จริง ๆ
หลังจากที่มู่หลานลั่วจ่ายเงินเสร็จ ก็สะบัดแขนเสื้อจากไปทันที
มู่เฉียนซีเหลือบมองไปที่ว่านซือเยี่ยนพลางกล่าวว่า “คิดจะหัวเราะเยาะความทุกข์ของคนอื่นก็หัวเราะออกมาเถอะ ไม่กลัวกลั้นเอา