ินเฉย
“นายน้อยว่านซื่อ! นายน้อยว่านซื่อขอรับ! ข้าไม่เหมือนกับกลุ่มคนพวกนี้ พวกเขาเพียงแค่เชิญข้ามาเท่านั้น โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด!”
“ข้าด้วย ข้าก็ด้วย!”
คนอื่น ๆ ถูกจัดการไปแล้ว ส่วนปรมาจารย์ค่ายกลและปรมาจารย์พิษก็เริ่มร้องขอความเมตตาอย่างอย่างโหยหวน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าฝากเจ้าหมอนี่ให้เจ้าเป็นคนจัดการก็แล้วกัน”
อากุ่ยกล่าวว่า “สำเร็จแล้ว ๆ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่เศษภาพ แต่หากค้นคว้าเพียงเล็กน้อยก็หาเบาะแสได้บ้างแล้ว เช่นนั้นข้าขอเอาสองคนนี้ไปทำการทดลองก่อนก็แล้วกันนะ!”
ปรมาจารย์พิษผู้นั้นยังไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ทว่าปรมาจารย์ค่ายกลกลับตกใจกลัวจนหมดสติไปก่อนแล้ว
ภาพค่ายกลของค่ายกลขั้นเทวะนั้น มีอันตรายเกินกว่าที่จะใช้อย่างครึ่ง ๆ กลาง ๆ เช่นนี้ได้ เพราะหากไม่ระวังพวกเขาจะต้องจบเห่เป็นแน่
และไม่ว่าเขาจะหวาดกลัวมากเพียงใด ก็ไม่อาจเปลี่ยนความคิดของอากุ่ยได้อย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้อากุ่ยจึงได้เอาภาพของค่ายกลออกมาอย่างรวดเร็ว
“อ๊ากกก!” ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังขึ้นมา และหลังจากนั้นพวกเขาก็หายวับไป
ว่านซือเยี่ยนจึงกล่าวถามว่า “คนหายไปไหนแล้วล่ะ?”
“ข้าก็ไม่ค่อยคุ้นเคยกับค่ายก