กันแน่?”
“นักปรุงยาของหอโอสถว่านฉงก่อนอายุครบร้อยปีต่างก็สามารถผ่านด่านได้แล้ว และการที่จะบรรลุไปถึงระดับนักปรุงยาขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้นั้น อย่างน้อยก็ต้องมีอายุมากกว่าสามสิบขึ้นไป!”
“นายน้อยว่านซื่อ…” พวกเขาต่างพากันมองไปที่ว่านซือเยี่ยน
“ข้าก็ไม่แน่ใจเช่นกัน บางทีนางอาจจะเป็นแม่มดเฒ่าผู้ชั่วร้ายก็ได้!” ว่านซือเยี่ยนนั้นยังคงกรุ่นโกรธอยู่ ดังนั้นจึงได้มีน้ำเสียงที่ไม่ดีเท่าไรนัก
“นักปรุงยาที่แนะนำโดยสมาคมการค้าเฉินซีเป็นนักปรุงยาอายุน้อยที่มีพรสวรรค์และมีศักยภาพสูงมาก ฉะนั้นนายน้อยว่านซื่อโปรดอย่าล้อเล่นไปนักเลย”
เมื่อตอนที่มาถึงชั้นที่สิบเอ็ด มู่เฉียนซีก็มาถึงห้องปรุงยาห้องหนึ่ง ซึ่งภายในห้องนั้นก็มีมนุษย์อยู่คนหนึ่ง
ควรจะกล่าวว่าไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น
และในตอนที่มู่เฉียนซีมาถึง นางก็ได้หยิบเอาหม้อปรุงยาออกมา ซึ่งดูเหมือนว่าพร้อมที่จะปรุงยาแล้ว
มู่เฉียนซีได้รับคำใบ้ว่า นางจำเป็นที่จะต้องกลั่นยาให้เหมือนกับภาพลวงตานี้ อีกทั้งยาที่กลั่นออกมาจะต้องดีกว่าของเขาถึงจะสามารถผ่านขึ้นไปยังชั้นถัดไปได้อีกด้วย
มันไม่มีสูตรยา และคำใบ้เดียวก็คือต้องสามารถมองสมุนไพรวิญญาณที่ภาพลวงตา