ขั้นราชันวิญญาณก็เท่ากับว่าเผ่าของพวกเขามีตำแหน่งของผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นราชันวิญญาณอยู่ด้วยนั่นเอง
“คุณชายว่านซื่อ เจ้าดูถูกเผ่าราชันย์แห่งเหมันต์ของข้าเกินไปแล้ว ทางที่ดีเจ้าอย่ามาทำร้ายคนในเผ่าของข้า มิเช่นนั้น แม้จะเป็นสมาคมการค้าเฉินซี เผ่าราชันย์แห่งเหมันต์ของข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่” เซี่ยซวีกล่าวอย่างเย็นยะเยือก
“อีกอย่าง พลังคำสาปเมื่อครู่ ที่จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หากไม่มีนักเล่นคาถาอาคมอยู่ด้วยจริง ๆ ก็จะไม่มีทางระเบิดพลังคำสาปเช่นนั้นออกมาได้! ส่งตัวเขาออกมาเดี๋ยวนี้” เซี่ยซวีที่งัดเอาไม้ตายทั้งหมดของเขาออกมาเพื่อต่อต้านว่านซือเยี่ยน ไม่เพียงจะบีบบังคับลูกน้องของว่านซือเยี่ยนเท่านั้น แต่อยากที่จะเอาคนของเผ่าคำสาปกลับไปด้วยนั่นเอง
มู่เฉียนซีเดินออกไปแล้วกล่าวว่า “เจ้าอยากเจอข้าอย่างนั้นหรือ?”
ดวงตาที่เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งคู่นั้นกวาดตามองไปที่มู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “เป็นเจ้าหรือ?”
กลิ่นอายของเผ่าคำสาป ไม่ได้เป็นเช่นนี้แน่นอน
“เช่นนั้น ให้ข้าลองให้ดูดีหรือไม่?”
มู่เฉียนซีรวบรวมพลังคำสาป และทันใดนั้น ดวงตาของเซี่ยซวีก็เปลี่ยนเป็นน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาทันที
เขาได้เรียกหุ่นวิญญาณเหมันต