ันไม่ได้ของเจ้าก็เท่านั้น เมื่อไรที่กรีดเลือดออกมามากพอแล้ว เจ้าก็จะคุ้นชินกับมันไปเอง” มู่เฉียนซีจ้องมองไปที่ว่านซือเยี่ยนด้วยเจตนาร้าย
เปลวเพลิงที่ลุกไหม้ภายในใจของว่านซือเยี่ยนตอนนี้น้อยลงแล้ว และดวงตาที่เย็นยะเยือกคู่นั้นของเขาก็เหลือบมองไปที่มู่เฉียนซีอย่างเรียบเฉย
เขาเตร็ดเตร่อยู่ในกิจการร้านค้ามานานหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าเฉือนเนื้อไปจากเขามากมายเพียงนี้
ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นว่านซือเยี่ยนจึงกัดฟันกล่าวว่า “ตกลง! ข้ารับปากเจ้า บอกหนทางมา”
“ลงนามในสัญญาณก่อน เผื่อเจ้าจะมาเสียใจทีหลัง”
“คิดว่าข้าจะเป็นคนกลับกลอกอย่างนั้นหรือ?”
“นั่นมันก็ไม่แน่นอนหรอก อย่างไรเสียความขี้งกของคนอย่างเจ้าก็ทำให้ข้ารู้สึกแปลกใหม่ได้เสมอ ฉะนั้นข้าจำต้องระวังตัวไว้สักหน่อย”
ถึงว่านซือเยี่ยนจะเป็นคนขี้งกเพียงใด แต่ในฐานะของพ่อค้าคนหนึ่งเขาเป็นคนยึดมั่นในความซื่อสัตย์มาก มิเช่นนั้นไม่ว่าเขาจะมีความเฉียบแหลมทางธุรกิจสูงมากเพียงใด ก็คงไม่อาจมายืนอยู่ในจุดปัจจุบันนี้ได้หรอก
“เอาล่ะ ลงคำมั่นสัญญาเป็นลายลายลักษณ์อักษร ทางที่ดีที่สุดเจ้าควรจะแน่ใจว่าวิธีของเจ้านั้นมีประโยชน์”
“ข้าไม่ได้พูดว่าต้องมีประโยชน์แน่