ไม่ได้มีเพียงชิงหลงเท่านั้น แต่พวกของจูเชว่ต่างก็ตะลึงงันเช่นกัน อะไรนะ?
มู่เฉียนซีเองก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน เพราะนางก็เคยเห็นเฟิงอวิ๋นซิวใช้วิชาของตระกูลเฟิงมาก่อน
แต่ทว่าหลายครั้งที่ปะทะกับชิงหลงนางกลับไม่เคยสัมผัสได้ถึงความคล้ายคลึงใด ๆ เลย นึกไม่ถึงเลยว่าอารองจะมีสายตาที่ร้ายกาจเช่นนี้ เพิ่งจะประมือกันไปเพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่าก็สามารถดูออกได้ถึงขนาดนี้แล้ว
เนื่องจากมู่เฉียนซีไม่ได้เกิดในแดนซวนเทียน ฉะนั้นจึงไม่รู้ว่าหากพูดถึงความสามารถในทางยุทธศาสตร์เชิงกลยุทธ์ที่กว้างขวาง มู่เฟิงหลิงอาจจะสู้องค์รัชทายาทเฟิงอวิ๋นไม่ได้ แต่พรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้ของเขากลับไม่ได้ด้อยไปกว่าท่านพ่อของนางเลยแม้แต่น้อย
มู่เฟิงหลิงกล่าวต่อไปว่า “น่าเสียดายที่เจ้าไม่ได้มีสายเลือดของตระกูลเฟิง อันที่จริงแล้วมีบางทักษะที่อาจจะขวางการเติบโตของเจ้าอยู่”
“หากเจ้าต้องการจะก้าวข้ามตนเอง เช่นนั้นก็ต้องทำลายสิ่งกีดขวางเหล่านี้ไปซะ และมันจะทำให้ส่วนที่ได้รับผลกระทบจากตระกูลเฟิงเหล่านั้นหายไป!”
“เจ้าจะต้องจำเอาไว้ว่า เจ้าก็คือเจ้า”
ชิงหลงถูกทำให้ตื่นตกใจ จึงเป็นผลให้เขาถูกมู่เฟิงหลิงซัดจนลอยกระเด็นออกไปอีกครั้ง
การโจมตีของจ