ในฐานะของนักฆ่าคนหนึ่ง เขามีความเชื่อในลางสังหรณ์ของตนเองเป็นอย่างมาก ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการจากไปก่อน
มู่เฉียนซีมองไปที่ร่างของพวกเขาที่กำลังออกไปไกลอย่างพูดไม่ออก จากนั้นก็เหลือบมองไปที่เหลิ่งหนิงจือแล้วกล่าวว่า “เสี่ยวเหลิ่ง เจ้านายของเจ้าน่ากลัวมากเลยอย่างนั้นหรือ? หรือว่าตาเฒ่าพวกนั้นใช้วิชาคำสาปเปลี่ยนข้าเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้ว เหตุใดเจ้าหมอนั่นถึงหนีไปได้รวดเร็วถึงเพียงนี้”
เหลิ่งหนิงจือกล่าวตอบว่า “เจ้านายก็ไม่ได้น่ากลัวนี่เจ้าคะ?”
มู่เฟิงหลิงกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์งดงามที่สุด เจ้าหนูนั่นไม่มีความกล้าหาญเอาเสียเลย คงจะถูกเจ้าพวกนั้นทำให้หวาดกลัวไปแล้วเป็นแน่! อย่าไปสนใจเขาเลย จากนี้ไปก็อย่าไปสนใจคนเช่นนี้อีก”
ชิงหลงหนีไปอย่างน่าประหลาดใจ มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เสี่ยวเหลิ่ง เจ้าส่งคนไปแจ้งข่าวกับชิงหลง ว่าเรื่องเก็บกวาดมอบให้เป็นหน้าที่ของพวกเขาด้วย!”
“แต่ก็ต้องขอบคุณเผ่าคำสาป ที่ทำให้เรื่องนี้เก็บกวาดได้ไม่ยุ่งยากมากจนเกินนัก เพราะที่สำนักหลินเยว่ยังคงหลงเหลือพลังคำสาปอยู่มากมาย ฉะนั้นการทำลายล้างสำนักหลินเยว่ในคราวนี้ ก็ให้เผ่าคำสาปเป็นแพะรับบาปไปก็แล้วกัน” มุมปากของมู่เฉียนซีพลันยกยิ้มขึ้นม