ะไม่มีอารองอยู่ด้วย นางก็ไม่มีทางกลัวพวกสำนักหลินเยว่และสำนักหมอทมิฬอยู่แล้ว แต่เพื่อทำให้อารองไม่ชิงหนีไป แน่นอนว่านางจำเป็นต้องพูดให้ดูน่าสงสารสักหน่อยดีกว่า!
มู่เฟิงหลิงได้ตระหนักถึงความผิดพลาดของตนเองตามที่คาดเอาไว้ และกล่าวอย่างปวดใจว่า “พวกเราไม่ดีเอง และอารองก็แย่ยิ่งกว่า เพราะคิดจะปล่อยให้ซีเอ๋อร์ต้องได้รับความทุกข์ทรมานเช่นนี้ เช่นนั้นไม่ว่าจะเป็นสำนักหลินเยว่ สำนักหมอทมิฬหรืออะไรก็ตาม อารองจะอยู่ทำลายพวกมันไปพร้อมกับเจ้าเอง จะไม่ไปไหนแล้วแน่นอน”
เมื่อได้รับคำสัญญาจากอารองแล้ว มู่เฉียนซีก็กล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “นี่แหละใช่เลย! อารองดีที่สุดแล้ว”
เมื่อมู่เฟิงหลิงได้เห็นรอยยิ้มของมู่เฉียนซีก็ผงะไปครู่หนึ่ง รู้สึกว่าหากสามารถได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของซีเอ๋อร์ได้ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรมันก็คุ้มค่าแล้ว
หลังจากที่มู่เฉียนซีมีความสุขมากขึ้นแล้ว แน่นอนว่านางก็ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดผลึกโลหิตอย่างกล้าหาญมากขึ้นเช่นกัน
แต่เมื่อไรที่มีสัตว์ประหลาดผลึกโลหิตที่มีความสามารถสูงกว่ามู่เฉียนซีเข้ามา ก็จะเป็นหน้าที่ของมู่เฟิงหลิงที่ต้องเป็นคนลงมือเอง แต่ทว่าโอกาสที่จะได้ลงมือกลับมีไม่มากนัก
ฉะนั้นมู่เฟิงหล