้แล้วยังมีชายชราจากสำนักหมอทมิฬเหล่านั้น พวกเขาเอาแต่ไล่ฆ่าข้ามาตลอดทางเลย ท่านต้องฆ่านางให้ข้านะ!”
เมื่อทั้งสองพบหน้ากัน แม้จะไม่ได้เปิดเผยใบหน้าที่แท้จริง แต่กลับไม่ได้เป็นอุปสรรคที่ทำให้พวกเขาจำกันไม่ได้เลย
เมื่อรู้ว่าคนผู้นี้คืออารองของนาง แน่นอนว่ามู่เฉียนซีจะต้องเอาพวกเขามาฟ้องอยู่แล้ว
เมื่ออยู่ในหอหมอปีศาจ นางเป็นนายท่านเจ้าหอที่มีวิชาปรุงยาต้านสวรรค์และยังเป็นนักวางแผนกลยุทธ์ของพวกเขา
เมื่ออยู่ท่ามกลางเหล่าคนหนุ่มสาวของราชวงศ์ตงหวง นางก็เป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ที่เหนือธรรมชาติคนหนึ่ง
แต่เมื่ออยู่เบื้องหน้าอารองของนาง นางก็เป็นเพียงเด็กน้อยที่ถูกข่มเหงรังแกจนได้รับความโศกเศร้าเสียใจคนหนึ่งเท่านั้น ฉะนั้นนางจึงสามารถฟ้องได้ตามอำเภอใจนั่นเอง
มู่เฟิงหลิงยื่นมือที่ค่อนข้างใหญ่ออกไปวางลงบนศรีษะของมู่เฉียนซี เมื่อได้เห็นท่าทางเศร้าโศกเสียใจของซีเอ๋อร์แล้ว ภายในใจของมู่เฟิงหลิงก็เจ็บปวดยิ่งนัก
คิดไม่ถึงเลยว่าซีเอ๋อร์จะมาที่แดนซวนเทียนได้รวดเร็วขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังปล่อยให้ถูกพวกเศษสวะที่ตาบอดเหล่านี้มารังแกอีก ภายในใจของเขาตอนนี้จึงลุกโชนไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
เขากล่าวขึ้นมาอย่างตาม