ื่อมู่หลินหลาง และนางยังสังหารสาวน้อยอัจฉริยะไปไม่น้อยแล้วเช่นกัน แต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่นางพูดคำว่าน่าเสียดายออกมา
“ในฐานะอัจฉริยะสาวของแดนซวนเทียน มีฝ่าบาทมู่หลินหลางก็เพียงพอแล้ว! ส่วนคนอื่นที่เกินเข้ามา ไม่จำเป็นที่จะต้องมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป!”
“เจ้าไปตายเสียเถอะ!”
ปัง ปัง ปัง!
ความสามารถของทั้งสองแตกต่างกันมากเกินไป และตอนนี้มู่เฉียนซีก็กำลังถูกบดขยี้อย่างสมบูรณ์แล้ว
“พรวด พรวด พรวด!”
มู่เฉียนซีอาศัยความแข็งแกร่งในการป้องกันทางกายภาพ ทำให้ไม่ถูกการโจมตีของนางฆ่าตาย แต่อาการบาดเจ็บของมู่เฉียนซีตอนนี้กลับยิ่งสาหัสมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหรือ?!” ผู้อาวุโสเยว่ผงะไปเล็กน้อย
“จำเป็นที่จะต้องดิ้นรนอย่างไร้ประโยชน์เช่นนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ? ยอมรับชะตากรรมไปเสีย เจ้าก็จะได้ตายอย่างสบายแล้ว มิเช่นนั้นความตายอันเจ็บปวดคงทำให้เจ้าน่าเกลียดมากทีเดียว! แต่ก็ยังดีที่เจ้าถือว่าเป็นสาวงามคนหนึ่งเช่นกัน” ผู้อาวุโสเยว่จ้องมองไปที่มู่เฉียนซีพลางกล่าวอย่างเยาะเย้ย
“ยอมรับชะตากรรมหรือ? แค่เจ้าเนี่ยนะ?” รอยยิ้มประชดปรากฏขึ้นที่มุมปากของมู่เฉียนซี ดวงตาคู่นั้นราวกับต้องการจะทำลายล้างดวงดาราก็มิปาน อี