ค่ใช้วิธีของสำนักหลินเยว่ในการจัดการกับเจ้า”
หญิงวัยกลางคนยืนข้อเสนอที่มากเกินไปเช่นนี้ด้วยความหยิ่งผยอง และในขณะที่มู่เฉียนซียังไม่ทันจะเอ่ยปาก ผู้อาวุโสของสำนักหมอทมิฬคนหนึ่งกลับกล่าวขึ้นมาว่า “ผู้อาวุโสหวง ทำเช่นนี้ไม่ได้นะ! มู่เฉินซีคือคนที่เจ้าสำนักต้องการเรียนเชิญไปเป็นแขกผู้ทรงเกียรติของสำนักหมอทมิฬ ฉะนั้นข้าไม่มีทางปล่อยให้พวกเจ้าฆ่านางได้หรอก”
“มู่เฉินซีเอาชนะนายน้อยของพวกเจ้าทำให้สำนักหมอทมิฬของพวกเจ้าต้องอับอาย คิดไม่ถึงเลยว่าสำนักหมอทมิฬของพวกเจ้าจะเชิญนางไปเป็นแขกผู้ทรงเกียรติอีกหรือ?” ผู้อาวุโสหวงผงะไปครู่หนึ่ง และไม่รู้ว่าสำนักหมอทมิฬมีเป้าหมายอะไรอยู่กันแน่?
ส่วนคนอื่น ๆ ต่างก็ไม่เข้าใจเช่นกัน นายน้อยของสำนักหมอทมิฬถูกมู่เฉินซีโจมตีอย่างน่าเวทนาถึงเพียงนั้น ถึงสำนักหมอทมิฬจะไม่ดึงเส้นเอ็นถลกหนังนางก็ยังไม่เท่าไร แต่คิดไม่ถึงว่าจะเชิญนางไปเป็นแขกด้วย?
“เจ้าสำนักของพวกข้ามีความสงสัยใคร่รู้ในตัวอัจฉริยะอันดับหนึ่งของดินแดนทางทิศตะวันออกผู้นี้เป็นอย่างมาก สำนักหลินเยว่โปรดเห็นแก่หน้าสำนักหมอทมิฬของพวกเราด้วย! หากในอนาคตสำนักหลินเยว่ต้องการยาอะไร เจ้าสำนักของพวกเราจะดูแลสำนักหลินเยว