งพอที่จะทำให้สาวน้อยผู้นี้หมดสติได้!
ฉะนั้นจึงรอให้คนหมดสติแล้ว ค่อยพากลับไปจะดีกว่า
แต่คิดไม่ถึงว่ามู่เฉียนซีจะสามารถหลบหลีกการจับกุมของเขาได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าร่างกายของนางจะเปื้อนไอพิษไปแล้ว มู่เฉียนซีกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
“คิดไม่ถึงเลยว่าพิษของข้าจะใช้กับเจ้าไม่ได้ผล ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าสามารถทำให้นางน้อยต้องทุกข์ทรมานได้”
และเมื่อมู่เฉียนซีหลบหลีกได้อีกครั้ง ผู้อาวุโสผู้นี้ก็ลงมืออย่างจริงจังมากขึ้น และคราวนี้แม่สาวน้อยผู้นี้อย่าคิดที่จะหลบหลีกได้อีกเลย
“ไอ้เฒ่า หยุดเดี๋ยวนี้! มารังแกแม่นางน้อยเพียงคนเดียว พวกเจ้าไม่อับอายบ้างหรือไร!” มีร่างสีขาวร่างหนึ่งมาขวางหน้าพวกเขาเอาไว้ และชายชราคนหนึ่งก็กล่าวขึ้นมาอย่างโกรธเคือง
“ใช่แล้ว! ท่านเจ้าสำนัก คิดไม่ถึงเลยว่าสำนักหมอทมิฬจะทำเรื่องที่อับอายขายหน้าเช่นนี้ ข้าทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วเช่นกัน”
จากนั้นก็มีชายชราอีกสองสามคนปรากฏตัวขึ้น และปกป้องมู่เฉียนซีเอาไว้
ผู้อาวุโสของสำนักหมอทมิฬกล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “ผู้อาวุโสของสำนักเซิ่งหลิน อย่าเข้ามาเกะกะ! รีบไสหัวไปเสีย”
เรื่องที่มู่เฉินซีเป็นคนรู้จักของลูกศิษย์สำนักเซิ่งหลิน ผู้คนมากมายต่างก็รู้ดี แต่กลับ