บสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ไปให้ท่านอาจารย์ดูให้ได้” ร่างเงาสีชมพูพุ่งทะยานไปยังสถานที่ที่มู่เฉียนซีอยู่
ผู้มาเยือนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง “เอ๋! เป็นเพียงแค่ผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับแปด คิดไม่ถึงเลยว่าจะสู้กับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงอย่างไม่กลัวตายเช่นนี้”
พลันนั้นร่างเงาสีชมพูก็กล่าวขึ้นว่า “ถอยไปซะ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้เป็นเหยื่อของข้า! หากเจ้าจากไปอย่างเชื่อฟัง ข้าก็จะแสดงความเมตตาด้วยการไว้ชีวิตเจ้า”
มู่เฉียนซีขี้เกียจเกินกว่าจะให้ความสนใจกับคนที่โผล่มาอย่างกะทันหันเหล่านี้ ฉะนั้นนางจึงทำเพียงต่อสู้กับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวนั้นต่อไป
ชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายคุณหนูผู้นี้กล่าวว่า “คุณหนูใหญ่ สาวน้อยผู้นี้มีความสามารถที่ไม่ธรรมดาเลย! เป็นถึงจอมภูตพลังธาตุวายุ และแม้จะเป็นเพียงผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูต แต่กลับมีพลังในการต่อสู้ที่เหนือกว่าความสามารถของตนเองอย่างก้าวกระโดด ในบรรดาคนที่ข้ารู้จักทั้งหมดมีเพียงคนเดียวเท่านั้น มีผู้หญิงเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีความสามารถเช่นนี้!”
“นั่นก็คือมู่เฉินซี ผู้เป็นถึงอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งดินแดนทางทิศใต้ และมีความเป็นไปได้ถึงเก้าในสิบส่วนที่สาวน้อย