นแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งร่างกายนั้นก็ยังเต็มไปด้วยพลัง และหลงลืมความรู้สึกหวาดกลัวก่อนหน้านี้ไปจนสิ้นแล้วเช่นกัน
เขาได้ปล่อยให้ตนเองดูดซับพิษที่มู่เฉียนซีโยนลงมาอย่างอิสระ!
เมื่อรู้สึกว่าได้ที่แล้ว มู่เฉียนซีก็ไม่อยากสิ้นเปลืองพิษของนางอีกแล้ว และรีบถอยห่างไปให้ไกลจากคุณชายใหญ่ของสำนักหมอทมิฬอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับการดูดซับพิษร้าย และไม่ได้สนใจการโจมตีของมู่เฉียนซีเลย แต่มู่เฉียนซีรู้ดีอยู่แล้วว่าหากนางลอบโจมตีแล้วละก็ เจ้าหมอนี่ก็ไม่มีทางนิ่งเฉยเช่นกัน
ดังนั้นนางจึงคิดที่จะหยุดพักเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณสักครู่หนึ่ง
“เจ้าเพลิดเพลินไปกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนที่เจ้าจะต้องตายเสียเถอะ! รอให้ข้าดูดซับพิษเหล่านี้เสร็จเมื่อไร จะต้องไปเอาชีวิตของเจ้าอย่างแน่นอน!”
ยาพิษที่มู่เฉียนซีนำออกมานั้นถูกดูดกลืนไปอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าก่อนจะรอให้คุณชายใหญ่ของสำนักหมอทมิฬดูดซับพิษเหล่านี้จนเสร็จ ตัวเขาเองก็ประสบกับปัญหาใหญ่เข้าเสียแล้ว
ริมฝีปากของเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ “อ๊ากกก! พรวด!” เขาเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างจนอยากจะตาย ต่อมาเขาก็ได้กระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง และเขาก็รู้สึก