ที่รวมอยู่ด้วยกันกองหนึ่ง แน่นอนว่าที่ทั้งสองฝ่ายเริ่มเข่นฆ่ากันเองนั้น ก็เป็นเพราะเพื่อแย่งชิงสิ่งของเหล่านี้
และในตอนที่มู่เฉียนซีกับซูอี้ชิงเดินผ่านไป ผู้คนเหล่านี้ก็พุ่งเข้ามาโจมตีพวกเขา โดยที่ก็ไม่สนว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรูก็ตาม
“ลงมือได้!”
ดูเหมือนว่าหากต้องการที่จะบุกทะลวงไปให้ถึงสถานที่สุดท้าย ก็คงจะต้องผ่านการต่อสู้เช่นนี้ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นแน่
ตูมมมมม!
ทั้งสามฝ่ายต่างต่อสู้กันอย่างชุลมุน พวกเขาต่อสู้กันอย่างมืดฟ้ามัวดินเลยทีเดียว
ในขณะที่กำลังปกป้องตนเองไปด้วยนั้น มู่เฉียนซีก็หาโอกาสในการเคลื่อนไหวได้แล้ว ด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่าของพวกเขา ดูเหมือนว่าจะไม่มีข้อได้เปรียบเท่าไรนัก แต่ทว่าในการต่อสู้ที่ชุลมุนเช่นนี้ มันกลับสะดวกต่อการเคลื่อนไหวมากกว่า
“อี้ชิงน้อย เราไม่สามารถฆ่าเช่นนี้ต่อไปได้แล้ว”
คนที่เคยพบก่อนหน้านี้เหล่านั้นเดิมทีก็เป็นคนที่ชั่วร้ายมากอยู่แล้ว บวกกับการที่ไม่มีทางเลือกอื่นและทำได้เพียงแต่ต้องสังหารเท่านั้น ทว่าหากต้องสังหารต่อไปเช่นนี้ มันก็จะเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของสัตว์ร้ายตัวนั้น และสุดท้ายก็เป็นการช่วยก่อกรรมทำเข็ญไปโดยปริยาย
“เจ้ามีความใจบุญขนาดนั้นเลยอย่างนั้น