ภาพเหมือนอยู่ดี
และนางก็ไม่รู้ว่าหลังจากที่เขาได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของนางแล้ว เขาจะทำใจรับได้ยากเหมือนกับชิงหลงหรือไม่?
“หน้าตาเหมือนกันต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีอย่างนั้นหรือ หากข้าบอกว่าข้าคือศัตรูของมู่หลินหลาง เจ้าจะเชื่อหรือไม่?”
“คำพูดของเจ้า ข้าไม่เชื่อมันเลยสักประโยคเดียว! เพียงแค่ตอนนี้ข้าอยู่ในการควบคุมของเจ้า จึงคอยช่วยเจ้าทำงานบางอย่าง แต่เจ้าก็ต้องทำแต่พอดี อย่าคิดว่าได้คืบแล้วจะเอาศอกเป็นอันขาด”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าคิดว่าควรทำลายสำนักหลินเยว่ พวกเราจะได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย เพราะอย่างไรเสียก็มีศัตรูคนเดียวกันอยู่แล้ว”
“ใครจะไปรู้ว่าเมื่อถึงเวลานั้นเจ้าจะแทงข้างหลังข้าหรือไม่กันล่ะ”
“เจ้าคือทาสของข้า นี่คือคำสั่งของข้า! ซึ่งเจ้าจะต้องเชื่อฟัง! สำนักหลินเยว่หรือสำนักหมอทมิฬ เจ้าต้องเลือกมาสักแห่งหนึ่ง”
ซูอี้ชิงกล่าวว่า “สำนักหลินเยว่คือกองกำลังระดับสี่ แม้ว่าจะมีมู่หลินหลางคอยหนุนหลัง แต่รากฐานกลับไม่ได้มั่นคงนัก ซึ่งมันก็จัดการได้ง่ายดายกว่าสำนักหมอทมิฬที่เป็นถึงกองกำลังระดับสี่ครึ่งที่มีเบื้องหลังที่ล้ำลึกเช่นนั้น”
แน่นอนว่าจะต้องเลือกเป้าหมายที่อ่อนแออยู่แล้ว เพราะ