มู่เฉียนซีเป็นเจ้านายของเปลวเพลิงทำให้นางไม่รู้สึกถึงความร้อนของเปลวเพลิงเหล่านี้ แต่ทว่าเปลวเพลิงที่อยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ นางไม่สามารถที่จะไม่รู้สึกอะไรได้
จิ่วเยี่ยละริมฝีปากออกจากมู่เฉียนซี และดูเหมือนว่ากำลังมีเปลวเพลิงเริงระบำอยู่ภายในดวงตาสีฟ้าเข้มคู่นั้นของเขา
เขากระซิบกล่าวว่า “ในเมื่อซีร้อนมาก ข้าเองก็ร้อนมากเช่นกัน!”
“เช่นนั้นพวกเราไปหาที่เย็น ๆ สักที่กันเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ซีเป็นคนจุดไฟนี้เอง ฉะนั้นไม่ต้องหาที่เย็น ๆ หรอก แค่ซีดับมันก็พอแล้ว”
นางจุดไฟเพื่อเผาทำลายสำนักหลางซิงนะ! แต่ผลกลับทำให้ชายผู้นี้ถูกจุดไฟไปด้วยโดยที่ไม่รู้ตัว…
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เปลวเพลิงด้านล่างที่ลุกโชนอย่างรุนแรงเช่นนี้ข้าดับมันไม่ได้ และไฟเล็ก ๆ ที่เจ้าจุดนี้ข้าก็ไม่อยากจะดับมันเช่นกัน ดังนั้นเจ้า…อุ้บ...”
จิ่วเยี่ยผนึกริมฝีปากของมู่เฉียนซีอีกครั้ง และเขาก็ไม่อนุญาตให้นางไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้อีก
มู่เฉียนซีถูกจุมพิตจนเกือบที่จะหายใจไม่ออก และเมื่อรอให้ถูกคลายออกจากการคุมขัง มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “หรือว่า ให้ข้าเอายาให้เจ้าสักหน่อยดีหรือไม่!”
ทันทีที่กล่าวถึงยา แววตาของจิ่วเยี่ยก็ยิ่งฉายแววอันตรายมากขึ้นไปอี