มันก็ได้สกัดกั้นพลังสังหารส่วนใหญ่ของดาบนั้นเอาไว้ และมู่เฉียนซีก็ลอยละลิ่วออกไป
ในตอนที่กระบี่เล่มนี้ปรากฏตัวขึ้น เจ้าสำนักหลางซิงก็ตื่นตกใจเล็กน้อย
“ใช้มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพเล่มหนึ่งออกมาสกัดกั้นเอาไว้หรือ แต่เจ้าก็ยังคงประเมินข้าต่ำไปอยู่ดี พลังที่เหลืออยู่นี้ ก็เพียงพอที่จะทำลายร่างของเจ้าได้แล้วล่ะ”
แต่กลับคิดไม่ถึงว่า ร่างของมู่เฉียนซีที่ลอยกระเด็นออกไปนั้นจะสามารถกลับมามั่นคงได้อย่างรวดเร็ว
มู่เฉียนซีเหลือบมองไปทางเขาแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ต้องขอโทษด้วย เพราะพลังที่เหลือเพียงน้อยนิดนั้นของเจ้าไม่เพียงพอที่จะทำลายข้าได้ และอย่างมากที่สุดก็ทำลายได้แค่เสื้อผ้าของข้าเท่านั้น อีกทั้งเสื้อผ้าของข้าก็ค่อนข้างแพงเลยทีเดียว แต่หากเอาชีวิตของเจ้าสำนักหลางซิงมาชดใช้ให้ได้ ก็ถือว่าไม่ขาดทุนเท่าไรหรอก!”
เปลวเพลิงสีแดงก่ำระเบิดออกมา จนสัมผัสได้ถึงพลังของธาตุอัคคีที่น่าสะพรึงกลัว
ตอนนี้เจ้าสำนักหลางซิงแยกไม่ออกว่าเป็นเพราะพลังวิญญาณธาตุอัคคีที่มีอยู่ร่างกายของมู่เฉินซีหรือว่าเป็นของพลังของกระบี่เล่มนั้นกันแน่
แต่นี่ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไรแล้ว เพราะในตอนที่มู่เฉินซีเอากระบี่เล่มนั้นของออกมา