ฉียนซีดึงเขาเอาไว้แล้วกล่าวว่า “คราวนี้พวกเรามีความตั้งใจว่าจะเอากระดูกมังกรของมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงสว่างมาให้ได้ แต่ทว่าต้องมาตกลงกันก่อน ว่าเจ้าจะไม่ทำเรื่องที่เกินกำลังตนเอง และอย่าปล่อยให้คำสาประเบิดออกมาจนสูญเสียการควบคุมไปอีก”
เมื่อเผชิญหน้ากับคำเตือนของมู่เฉียนซี มุมปากของจิ่วเยี่ยก็ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “ตกลง! ข้าจะเชื่อฟังซีทุกอย่าง”
“หากกลัวว่าคำสาปของเจ้าหมอนี่จะปะทุขึ้นมาละก็ เช่นนั้นก็มอบหน้าที่มาให้ข้า! แค่ไปแย่งเอากระดูกมังกรของมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงสว่างมาเท่านั้นเอง มันไม่ใช่ของที่หายากถึงขนาดนั้นเสียหน่อย แค่ให้ข้าจัดการก็พอแล้ว จะให้เขามาอีกทำไม?” พิฆาตวิญญาณที่ถูกละเลยมานานก็ทนเหงาไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากออกมา
“นี่ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าปลอดภัยแน่นอนอย่างนั้นหรือ?”
“มีข้าไม่มีเขา หากเขาอยู่ละก็ ข้าก็จะไม่เคลื่อนไหวอย่างแน่นอน และข้าก็ไม่อยากจะแก้คำสาปให้เขาเลยสักนิดด้วย” พิฆาตวิญญาณกล่าวตอบ
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “เจ้าต้องการเช่นนี้จริง ๆ ใช่หรือไม่?”
“นั่นยังต้องพูดอีกหรือ! ลูกแมวน้อย ข้าไม่ชอบหวงจิ่วเยี่ย และก็ไม่ชอบมาก ๆ ด้วย”
“เช่นนั้นพิฆาตวิญญาณเจ้าก็ไปพักผ่อ