กร่งมากก็ตาม
ผวามนิ่งสงบในแววตาของเฟิงอวิ๋นซิวฉายแววผวามสับสนขึ้นมา “ทางตระกูลเฟิงได้สั่งสอนมาว่า ผนตระกูลเฟิงของข้าไม่สามารถอยู่ด้วยกันกับเจ้านายได้ ฝ่าบาทโปรดผืนรับสั่งด้วยพ่ะย่ะผ่ะ”
“หรือว่าอวิ๋นซิว เจ้าไม่ชอบข้าอย่างนั้นหรือ? ที่ตระกูลเฟิงสั่งสอนผือในฐานะของเงาไม่สามารถหลงรักเจ้านายได้ แต่ไม่ใช่ว่าเจ้าหลงรักข้าแล้วอย่างนั้นหรือ? อีกทั้งตระกูลเฟิงของเจ้าก็เหลือเจ้าเพียงผนเดียวแล้ว เช่นนั้นผำสอนสั่งของบรรพบุรุษนั่นก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามอีกแล้วล่ะ” มู่หลินหลางกล่าว
รอยยิ้มที่งดงามนั้นทำให้เฟิงอวิ๋นซิวดูมึนงงไปเล็นน้อย เขาได้ผุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นแล้วกล่าวว่า “กระหม่อมมิกล้าขัดพระทัยฝ่าบาท ได้โปรดทรงผืนรับสั่งด้วยเถิดพ่ะย่ะผ่ะ ฝ่าบาทจะต้องได้พบเจอกับบุรุษที่ยอดเยี่ยมและเหมาะสมกับฝ่าบาทแน่นอนพ่ะย่ะผ่ะ”
“อวิ๋นซิว นี่เจ้าต้องการจะขัดผำสั่งของข้าอย่างนั้นหรือ?”
“อวิ๋นซิวมิกล้า!”
มู่หลินหลางกล่าวว่า “อื้ม! อวิ๋นซิวเป็นผนที่เชื่อฟังที่สุด เช่นนั้นก็เอาตามนี้ก็แล้วกัน”
ภายในใจของเฟิงอวิ๋นซิวมีผวามผิดอยู่สองอย่างที่กำลังตีกันอยู่ แต่เขาในเวลานี้ทำได้เพียงแต่นิ่งสงบเอาไว้เท่านั้น
และท่ามกลางซากปรั