“เจ้า…คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าแย่งชิงมัน!” ผู้นำตระกูลเซี่ยโหวตกใจเป็นอย่างมาก และคนในตระกูลของพวกเขาต่างรีบเตรียมตั้งรับกันขึ้นมาทันที
“เจ้าอย่าทำอะไรส่งเดชนะ จะมาแย่งบัตรเชิญที่หน้าประตูตำหนักเทพวิญญาณหลับใหลเช่นนี้ เจ้ามันจะบ้าระห่ำเกินไปหน่อยแล้วนะ!”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านผู้นำตระกูลเซี่ยโหว ดูเหมือนว่าข้าจะล้อเล่นกับท่านมากไปหน่อยใช่หรือไม่ ดูท่าทางของท่านสิ ตื่นตระหนกไปหมดแล้ว”
“เสี่ยวเหลิ่ง เอาบัตรเชิญมาให้ข้าหน่อย” มู่เฉียนซียืนมือออกไป
“เจ้าค่ะ นายท่าน!” เหลิ่งหนิงจือเอาบัตรเชิญมามอบให้กับมู่เฉียนซี จากนั้นมู่เฉียนซีก็เดินเข้าไป
หลังจากที่องครักษ์เฝ้าประตูได้เห็นบัตรเชิญ พวกเขาก็เชิญมู่เฉียนซีเข้าไปข้างใน
คนของตระกูลเซี่ยโหวกลุ่มนั้นจ้องมองไปที่แผ่นหลังของพวกเขาอย่างตกตะลึง “เหตุใดตำหนักเทพวิญญาณหลับใหลถึงเชิญแม้กระทั่งมู่เฉินซีด้วย นี่มันไม่แปลกเกินไปหน่อยหรือ?”
“น่าจะเป็นเจ้าบ่าวที่เป็นฝ่ายเชิญมาหรือเปล่า! ความสัมพันธ์ของเจ้าบ่าวกับมู่เฉินซีนั้นไม่ธรรมดาเลยด้วย”
“……”
ใบหน้าของผู้นำตระกูลเซี่ยโหวซีดเผือด เมื่อครู่เขาถูกนางเด็กสาวคนนั้นกลั่นแกล้งแล้วสินะ ช่างน่ารังเกียจนัก
“อย่าได้มา