ที่เมืองเมิ่งหุย แต่คนที่มายังตำหนักเทพวิญญาณหลับใหลเร็วที่สุดกลับไม่ใช่พวกเขา เพราะมีกองกำลังระดับสามบางสำนักที่เมื่อได้รับข่าวแล้วก็รีบรุดหน้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนตั้งแต่เช้าแล้ว
โอกาสที่ดีเช่นนี้ แน่นอนว่าพวกเขาต้องฉวยโอกาสมาประจบประแจงอยู่แล้ว
ในตอนที่มู่เฉียนซีมาถึงนอกประตูตำหนักของตำหนักเทพวิญญาณหลับใหล คนอีกกลุ่มหนึ่งก็รีบร้อนมาจากอีกทางด้านหนึ่งอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ในตอนที่ชายวัยกลางคนคนหนึ่งจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี เขาก็กล่าวอย่างเดือดดาลว่า “มู่เฉินซี คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้ามาที่ตำหนักเทพวิญญาณหลับใหลเช่นนี้ เจ้าช่างรนหาที่ตายนัก!”
มู่เฉียนซีกวาดตามองไปยังพวกเขาอย่างเรียบเฉยพลางกล่าวว่า “เจ้าเป็นใครกัน?”
“เจ้าไม่รู้ว่าข้าผู้นี้เป็นใครอย่างนั้นหรือ?”
เหลิ่งหนิงจือกล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “นายท่าน คนผู้นี้ก็คือผู้นำตระกูลเซี่ยโหวเจ้าค่ะ”
มู่เฉียนซีกล่าวพลางคลี่ยิ้มบาง ๆ ว่า “ที่แท้ก็เป็นผู้นำตระกูลเซี่ยโหวนี่เอง ยินดีที่ได้พบ”
“เจ้าฆ่าลูกสาวของข้า คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้ามาปรากฏตัวต่อหน้าข้าเช่นนี้ เจ้านี่ช่างกล้าหาญนัก”
“ข้าได้ให้คนเอาคำพูดไปบอกท่านผู้นำตระกูลเซี่ยโหวแล้ว หรือว่าท่านผู้นำตระกู