ขนปีกหงส์ทมิฬถูกมู่เฉียนซีโยนออกไป และในสายตาของนางอาวุธลับที่อีกฝ่ายใช้นั้น ความจริงแล้วไม่ได้รับความนิยมเท่าไร
ร่างสีดำร่างหนึ่งกระโจนออกมา และก้าวไปอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็กวาดไปทางมู่เฉียนซีอย่างดุเดือด
ปังง!
มู่เฉียนซีใช้พัดวิหคเฟิงหลิงสกัดกั้นเอาไว้ ถึงพลังลมปราณที่น่าสะพรึงกลัวจะพัดโหมกระหน่ำเข้ามา แต่ก็ไม่มีทางทำร้ายมู่เฉียนซีได้
มู่เฉียนซีที่กำลังลอยเคว้งกลางอากาศราวกับภูตผีก็มิปาน ก็ได้เริ่มเข้าต่อสู้กับอีกฝ่าย
คิดไม่ถึงเลยว่าผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตคนหนึ่งจะมีความเร็วถึงเพียงนี้ ซึ่งมันทำให้อีกฝ่ายประหลาดใจมากเช่นกัน และเขาก็พยายามโจมตีมู่เฉียนซีด้วยความเร็วที่เร็วยิ่งกว่า
และด้วยการโต้กลับอันชาญฉลาดของมู่เฉียนซี ทำให้ทุกมุมของการโจมตีไม่สามารถใช้เล่ห์เหลี่ยมได้
ตูมมม!
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เสี่ยวโม่โม่ก็ได้ทำให้อีกคนหนึ่งลอยกระเด็นออกไปแล้ว
ที่นี่คือฐานทัพหลักของตำหนักเทพวิญญาณหลับใหล จึงทำให้มีคนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
คนชุดดำผู้นี้แสยะยิ้มพลางกล่าวว่า “เจ้าคิดว่าการที่สามารถสกัดกั้นข้าได้ มันจะทำให้เจ้ารอดพ้นคืนนี้ไปได้จริง ๆอย่างนั้นหรือ? ”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้