ึงไม่อยากที่จะให้ซ่งหมิงเยว่ไปทดสอบความสามารถของทั้งสองคนนั้น
ซ่งหมิงเยว่กล่าวว่า “ท่านพี่ตู๋กู ข้าเข้าใจดี เพียงแต่ครานี้ถือว่าท่านพี่ตู๋กูเป็นหนี้บุญคุณข้าครั้งหนึ่งก็แล้วกัน”
“ตกลง!”
ซ่งหมิงเยว่ชําเลืองมองไปยังคนที่อยู่ชั้นเก้าทั้งสองคนนั้น เขาไม่มีทางที่จะไปต่อสู้กับเหยียนเหลียนเจียได้อยู่แล้ว และชายผู้สวมชุดคลุมดำแม้ว่าจะนิ่งเงียบ แต่กลับให้ความรู้สึกที่อันตรายอย่างน่าประหลาด เช่นนั้น…
มีเพียงแค่แม่นางน้อยผู้นั้นคนเดียวแล้ว
ซ่งหมิงเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “แม่นางมู่ ข้าขอท้าทายเจ้า ได้หรือไม่?”
ผู้คนต่างพากันประหลาดใจเป็นอย่างมาก ซ่งหมิงเยว่ก็เริ่มที่จะท้าท้ายแล้วเช่นกัน
มู่เฉียนซีลุกยืนขึ้นพลางกล่าวว่า “ได้สิ!”
“ในที่สุดก็มีคนต้องการที่จะท้าทายข้าเสียที ข้านั่งอยู่ตรงนี้ช่างน่าเบื่อหน่ายเหลือเกิน!”
เมื่อกล่าวจบ มู่เฉียนซีก็พุ่งทะยานไปยังสนามประลองชั้นที่เก้าทันที และซ่งหมิงเยว่ก็ไปด้วยเช่นกัน
“แม่นางมู่ โปรดระวังด้วย ข้าจะเริ่มลงมือแล้ว!” ซ่งหมิงเยว่กล่าวเตือนอย่างมีความเป็นสุภาพบุรุษมาก
.