ังงดงามมากอีกด้วย ซึ่งก็ทำให้เป็นที่หลงไหลของผู้คนไม่น้อยเลยทีเดียว
ทุกคนเกือบที่จะมาถึงกันหมดแล้ว แต่ทว่าตู๋กูล่างกลับมองไปยังชั้นที่เก้า และข้างบนนั้นก็ยังไม่มีคนเลย
เขากล่าวอย่างเยาะเย้ยว่า “ก่อนหน้านี้คนที่สำเร็จชั้นเก้าสมบูรณ์นั้นมีน้อยมาก อยู่ ๆ จะโผล่มาถึงสามคนข้าว่ามันต้องมีเรื่องลับลมคมในเป็นแน่ พวกเขาคงจะมีเล่ห์เหลี่ยมแต่กลับไม่มีความสามารถที่แท้จริง พอตอนนี้ถึงได้ไม่กล้ามาสินะ!”
ซ่งหมิงเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “พี่ตู๋กูก็พูดล้อเล่นเกินไปแล้ว ข้าได้ยินมาว่ามีสองคนที่มาด้วยกันกับคุณชายจูเชว่ เขาคงไม่เป็นเช่นนั้นหรอก”
“จูเชว่!” ในตอนที่ตู๋กูล่างพ้นคำสองคำนี้ออกมา ดวงตาของเขาก็เย็นชาขึ้นทันที
ทันใดนั้น ก็มีร่างสามร่างปรากฏตัวขึ้นที่ประตูทางเข้า และทุกสายตานั้นก็ถูกดึงดูดไปยังทิศทางเดียวกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สวมชุดสีแดงราวกับเปลวเพลิงก็มิปานผู้นั้น ใบหน้าที่งดงามราวกับนางฟ้าทำให้ดูน่าหลงใหลอย่างที่สุด และราวกับว่ามันจะสามารถกระชากวิญญาณของผู้คนออกไปได้จริง ๆ
“นั่นคือเหยียนเหลียนเจีย เป็นนาง!”
ส่วนกลิ่นอายของหญิงสาวในชุดคลุมสีม่วงที่อยู่ข้างกายเหยียนเหลียนเจียแม้ว่าจะไม่เปล่งประกา