วกันใส่ร้ายข้า”
บุรุษหนุ่มชุดเขียวผู้นั้นก็คือชิงเสวียนนั่นเอง เขาคว้าป้ายหยกชิ้นนั้นขึ้นมา แล้วบดขยี้ป้ายหยกนั้นจนแหลกคามือ
“แค่ป้ายหยกเพียงชิ้นเดียวก็มีค่าพอให้ใส่ร้ายเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าขยี้ป้ายหยกแล้ว ข้าจะชดใช้คืนให้เจ้าก็แล้วกัน!”
ชิงเสวียนจัดการสั่งสอนอีกฝ่ายในทันที ผลึกซวนจำนวนนับไม่ถ้วนได้ถูกปาใส่คนของคุณชายเหล่านั้น ทำให้พวกเขาไม่อาจตั้งรับได้ทัน
ปัง ปัง ปัง!
คนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง คนผู้นี้สวมอาภรณ์เก่าขาดรุ่งริ่งราวกับขอทานก็มิปาน แต่เมื่อลงมือจัดการกลับมีผลึกซวนจำนวนนับไม่ถ้วน แบบนี้จะเป็นคนยากจนได้อย่างไร
คุณชายผู้นั้นโกรธจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด เขาทอดมองไปยังชิงเสวียนแล้วกล่าวด้วยท่าทางโกรธแค้น “นี่เจ้ากล้าโจมตีข้าทีเผลอรึ จัดการมันให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
“ที่นี่คือภูเขาหนานหลิง ไม่ใช่สถานที่ที่พวกเจ้าคิดอยากจะต่อสู้ก็ต่อสู้ได้ เจ้าจงเก็บความคิดไร้สาระของเจ้ากลับไปเสีย ไม่อย่างนั้นข้าจะถีบเจ้าลงเหวไปเสียประเดี๋ยวนี้”
อาภรณ์สีแดงฉานดุจเปลวเพลิง ดวงตาที่สามารถแผดเผาผู้ที่ถูกจ้องมองได้ ท่าทางสง่าและน่าเกรงขามเช่นนี้ ทั่วทั้งราชวงศ์ตงหวงก็มีเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น
“คุณชายจูเชว่!”
“คุณชายจูเชว่!”
“……”
คุณชายผู้เย่อหยิ่งผู้นั้นก็หน้าถอดสีไปในทันที “คุณชายจูเชว่!”
คนของเขาเองก็รู้สึกตกใจไม่แพ้กัน สถานที่แห่งนี้เป็นดินด้วย ก็กลายเป็นจุดสนใจของผู้อื่นไม่น้อย
ไป๋