แต่ดูเหมือนว่าโม่ซวนจะรู้ว่าจูเชว่ต้องการที่จะพูดอะไร เขาจึงกล่าวว่า “จูเชว่ นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะสามารถตัดสินใจได้”
“หากมีนักปรุงยาระดับเทพขั้นที่เก้า ก็ไม่ได้เช่นนั้นหรือ?”
โม่ซวนนิ่งเงียบไป จากนั้นก็เรียกจูเชว่เอาไว้ “นักปรุงยาอย่างท่านนิรันดร์เกรงว่าแม้ผู้อื่นจะใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ก็ยากที่จะเชิญเขาไปได้ แต่ว่า…”
มู่เฉียนซีไม่รู้ว่าพวกเขาคุยเรื่องอะไรอยู่เช่นกัน แต่ว่ามันจะต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมากอย่างแน่นอน
สุดท้ายแล้วโม่ซวนก็กล่าวพลางถอนหายใจว่า “ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไร จูเชว่หากพวกเราฝ่าฝืนกฏ เกรงว่าตลอดชีวิตนี้พ่อบุญธรรมคงไม่ยอมรับพวกเราอีกแล้ว ดังนั้นเราจำต้องรักษาบรรทัดฐานเอาไว้”
“ไม่ยอมรับก็ไม่ต้องยอมรับ ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ข้า…” และเหมือนว่าริมฝีปากของจูเชว่จะแข็งทื่อไปอย่างไรอย่างนั้น
ดูจากการแสดงออกของพวกเขา มู่เฉียนซีก็สามารถเดาได้หนึ่งถึงสองอย่างแล้ว
นางมองไปทางพวกเขาทั้งสองคน “จูเชว่ โม่ซวน ข้าคิดว่าพวกเจ้าน่าจะอยากช่วยเหลือคนที่สำคัญมากคนหนึ่งอย่างนั้นสินะ! ที่จริงแล้วเขาเป็นโรคอะไรกันแน่ สามารถบอกข้าก่อนได้ ให้ข้าลองวิเคราะห์สักหน่อย! หากข้าหาทางไม่ได้แล้วละก็ เช่นนั้นก็สามารถขอให้นิรันดร์ลงมือได้”
โม่ซวนมองไปทางมู่เฉียนซีแล้วกล่าวว่า “เรื่องที่ร่างกายของพ่อบุญธรรมมีปัญหาตรงไหนกันแน่นั้น ความจริงแล้วแม้แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจมันเลย คนที่ชี้แนะการหลอมยาให้ก