“นิรันดร์ ข้าคิดมาตลอดว่าพลังที่แต่ละคนใช้นั้นไม่มีทางที่จะมากำหนดลักษณะนิสัยของคนคนหนึ่งได้ และข้าก็เชื่อในตัวศิษย์พี่ด้วย”
ฉู่หลีจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี และเขาก็เกือบที่จะบดขยี้แกนวิญญาณสีดำที่อยู่ภายในมือของเขาจนแหลกละเอียดไปเสียแล้ว
แต่สำหรับคนที่ไม่เคยสนใจสิ่งใดเลยเช่นเขา กลับรู้สึกมีความสุขเล็กน้อยในเวลานี้
“ชิ! ข้าจะรอให้เจ้าหมอนี่เผยธาตุแท้ออกมา!” นิรันดร์กล่าวอย่างอารมณ์เสีย
เขาควรที่จะเชื่อความรู้สึกของศิษย์ที่รัก แต่เขาไม่สามารถควบคุมความเป็นปรปักษ์ต่อชายหนุ่มรูปงามทั้งหมดที่เข้าใกล้ศิษย์ที่รักของเขาได้
นอกจากหวงจิ่วเยี่ยแล้ว เจ้าหมอนี่ก็รับมือยากเช่นกัน!
หลังจากที่ฉู่หลีดูดซับพลังไปได้แล้วครึ่งหนึ่ง เขาก็ส่งมันให้กับมู่เฉียนซี ซึ่งพวกเขาทั้งสองนับว่าร่วมมือกันได้เป็นอย่างดี
มู่เฉียนซีตรวจชีพจรให้ฉู่หลีอย่างไม่วางใจ เพราะจะให้มีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงไม่ได้
นิ้วเรียวอันนุ่มนวลจรดลงบนแขนของเขา และฉู่หลีก็รู้สึกว่าใบหูของเขาเริ่มที่จะร้อนผะผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขามองไปทางมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “ศิษย์น้องนี่ดีจริง ๆ”
“ศิษย์น้องไม่ควรเป็นวิญญาณลิขิตสวรรค์เลย มันลำบากมากเกินไป”