วมากเกินไปแล้ว เจ้าเด็กสองคนนั่นเป็นปีศาจร้ายชัด ๆ!”
ไม่รู้ว่าทั้งสองได้ปะทะกันไปกี่ครั้งต่อกี่คราแล้ว ร่างสีแดงนั้นได้ร่อนลงบนพื้นดินราวกับผีเสื้อสีแดงเพลิง ใบหน้าของนางซีดเผือดไร้สีชาด
“ข้าใช้พลังวิญญาณหมดไปแล้ว แต่ก็เอาชนะเจ้าไม่ได้ เจ้าช่างแข็งแกร่งจริงๆ!” ถึงแม้จะพ่านแพ้ ทว่านางก็ยังคงมีท่าทีสุขุมไม่แปรเปลี่ยน ช่างเป็นผู้หญิงที่สง่างามมากจริง ๆ
กระบี่หยกได้จรดลงบนต้นคอของนาง เหยียนเหลียนเจียกล่าว “ข้าแพ้แล้ว ดูเหมือนวันนี้ข้าจะไม่อาจพาเจ้ากลับไปด้วยได้ เจ้าคิดจะทำเช่นไร?”
“แท้จริงแล้วนอกจากตัวข้า ข้าก็ไม่มีอะไรแล้ว หากเจ้าต้องการก็นำไปได้ตลอดเวลา!”
เหยียนเหลียนเจียรู้สึกวิงเวียนศีรษะหน้ามืดตามัว นางใช้พลังวิญญาณไปอย่างไม่บันยะบันยัง หากไม่วิงเวียนศีรษะก็แปลกแล้ว
นางไม่เกรงกลัวกระบี่ที่อยู่บนคอนางซึ่งสามารถคร่าชีวิตนางได้ทุกเวลาแต่อย่างใด นางเข้าไปใกล้มู่เฉียนซีด้วยท่าทางอ่อนล้ายิ่งขึ้นเรื่อย ๆ!
สิ่งนี้ทำให้ทุก ๆ คนรู้สึกตกตะลึงไม่น้อย เหยียนเหลียนเจียใช้กลยุทธ์หญิงงามกับผู้หญิงด้วยกันอย่างนั้นหรือ?
ขณะที่นางกำลังเข้าใกล้มู่เฉียนซีนั้น ร่างสีขาวก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วเข้าไปประคองเหยียนเห