กหลินเยว่เช่นกัน”
เจ้าสำนักเหยียนเยี่ยกล่าว “เจ้าอย่าก่อเรื่องวุ่นวายเลย เมื่อครู่เจ้าเพิ่งประลองกับหลินเลี่ยไป พลังวิญญาณก็ถูกใช้ไปไม่น้อยแล้ว เจ้าไม่ควรทำการประลองต่ออีก”
มู่เฉียนซีกินเม็ดยาลูกกลอนด้วยท่าทีสบาย ๆ แล้วกล่าว “ท่านดูสิ นี่ข้าก็กำลังกินยาลูกกลอนฟื้นฟูอยู่ไม่ใช่หรือ? ไม่มีปัญหาอะไรหรอก”
“เจ้า…” เจ้าสำนักเหยียนเยี่ยจ้องเขม็งใส่มู่เฉียนซีด้วยสีหน้าท่าทางขุ่นเคือง
ศิษย์พี่เยว่กล่าว “ท่านเจ้าสำนักเหยียนเยี่ย แม่นางมู่รับคำท้าแล้ว ท่านอย่าได้มาสนใจเรื่องของเด็ก ๆ อย่างพวกเราอีกเลย”
เจ้าสำนักเหยียนเยี่ยรู้สึกจนปัญญาเป็นอย่างยิ่ง
หลินเลี่ยกล่าว “อาจารย์ คู่ต่อสู้ของข้าไม่ใช่คนไร้สมองเช่นนั้น พวกเรารอดูกันไปก่อนเถิด หากเกิดอันตรายอันใดขึ้นก็ขอไหว้วานอาจารย์ด้วย”
หลินเลี่ยรู้สึกชื่นชมมู่เฉินซีเป็นอย่างยิ่ง หากเป็นกาลก่อน เพียงแค่ผู้บำเพ็ญภูติพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเจ็ดคนหนึ่ง เขาคงไม่เก็บมาใส่ใจอย่างแน่นอน ทว่าผู้บำเพ็ญภูติพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเจ็ดอย่างมู่เฉียนซี เป็นคนวิปริตอย่างไม่ต้องสงสัย
“ศิษย์น้อง เจ้าไปเถอะ!” ศิษย์พี่เยว่กล่าว
“ได้เลย! ศิษย์พี่หญิงเยว่ ข้าจะล้มผู้มาก