อสู้กับพวกเขาอยู่แล้ว
ตูมมมม!
ทั้งสองฝ่ายเริ่มต่อสู้กันแล้ว ถึงลูกศิษย์ของสำนักลั่วเยว่จะยังเทียบเท่าผู้อื่นไม่ได้ แต่ทว่าคิดที่จะเอาชนะก็ไม่ง่ายเช่นกัน
มู่เฉียนซีใช้จิตวิญญาณในการส่งกระแสจิตเพื่อกล่าวว่า “อีกฝ่ายเป็นจอมภูตพลังธาตุวายุ อย่ามัวแต่เทียบความเร็วกับเขา แต่ให้เข้าประชิดตัวด้วยเล่ห์เหลี่ยม… ”
ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนตัวตนไปแล้ว แต่ทว่านางก็ถือว่าเป็นลูกศิษย์สำนักลั่วเยว่เช่นกัน แน่นอนว่าไม่อาจที่จะปล่อยให้ผู้อื่นมาดูถูกสำนักลั่วเยว่มากจนเกินไปได้
มู่เฉียนซีส่งเสียงผ่านกระแสจิตต่อหน้าผู้คนมากมายในสถานที่กว้างใหญ่เช่นนี้ มันทำให้ศิษย์พี่ผู้นั้นตื่นตะลึงมากเลยทีเดียว
“มัวแต่ตะลึงอะไรอยู่ได้! เจ้าอยากจะแพ้หรืออย่างไร!”
เมื่อฝ่ายตรงข้ามเห็นว่าเขาไม่มีสติ จึงยังไม่ได้เริ่มลงมือโจมตี
“จดจ่ออยู่กับการต่อสู้เสีย อย่าได้ทำให้สำนักลั่วเยว่ต้องอับอายขายหน้า ข้ากล้าแนะนำการต่อสู้ให้ท่านผ่านกระแสจิต แน่นอนว่าไม่กลัวว่าจะถูกค้นพบอยู่แล้ว”
ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะทำให้คนรู้สึกน่าเหลือเชื่อ ถึงอย่างไรสถานที่แห่งนี้ก็ยังมียอดฝีมือระดับแนวหน้าของกองกำลังระดับสี่อยู่ด้วยนะ!
แต่ทว่าในเวลานี้เขากลับรู้สึกเชื่อนางอย่างอธิ