าย อย่าให้หญิงสาวบัดซบผู้นี้ได้กำเริบเสิบสานอีกต่อไป”
กระบวนท่านี้ของมู่เฉียนซีทำให้ชิงเสวียนสบายขึ้นไม่น้อย
การปรากฏของกระบี่ปีศาจทำให้คนของสำนักหลางซิงเหล่านี้หวาดกลัวจนฉี่แทบราด
“เจ้ากล้าเหรอ! พวกข้าเป็นถึงศิษย์ของสำนักหลางซิงเชียวนะ เจ้าจะฆ่าพวกข้าไม่ได้เด็ดขาด!”
“ก็ฆ่าไปตั้งหลายคนแล้ว นับประสาอะไรกับพวกเจ้าเพียงไม่กี่คน” ชิงเสวียนกล่าวด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์และความรู้สึก
พลังเหนือกว่ามู่เฉียนซีมาก จำนวนคนก็มากกว่า แต่กลับกลายเป็นการต่อสู้ที่สิ้นเปลืองสนามหนึ่ง สีหน้าของคนสำนักหลินเยว่เหล่านี้ยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวติดตลกว่า “ข้าขอเตือนพวกเจ้าสักหน่อยนะ! พวกเจ้าอย่าได้เผยจุดอ่อนออกมาล่ะ หากข้าจับจุดอ่อนของพวกเจ้าได้ พวกเจ้าต้องตายอย่างน่าสังเวชเป็นแน่แท้”
เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ถูกล้อมโจมตีคือนาง ทว่า ตอนนี้มู่เฉียนซีกลับกล่าววาจาข่มขู่พวกนางได้
“บัดซบ! หากไม่ใช่เพราะมีอาวุธศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนั้นปกป้องเจ้า ไม่รู้ว่าคนอย่างเจ้าจะตายไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว เจ้ายังมีหน้ามากล่าววาจากำเริบเสิบสานเช่นนี้อีกเหรอ!”
พวกนางต้องการหาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ป้องกันชิ้นนั้นให้เจอ จากนั้นก็แย่งชิงมันม