ม่?”
ไป๋จิ่งเยว่กล่าวพลางยิ้มอย่างอบอุ่นว่า “แม่นางหวาง ต้องขอโทษด้วย! ข้าเพียงแค่ไม่ต้องการให้ลูกศิษย์ของสำนักหลินเยว่มาแย่งคู่ต่อสู้ของข้า เช่นนั้นทางที่ดีคือข้าจะต้องเอาชนะพวกเจ้าเสียก่อน”
แย่งคู่ต่อสู้ของเขาเช่นนั้นหรือ คุณชายจิ่งเยว่ผู้นี้คิดว่าใครคือคู่ต่อสู้กัน
ในเวลานี้ร่างสีม่วงร่างหนึ่งก็พุ่งไปยังสังเวียนการประลองแล้ว มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ไป๋จิ่งเยว่ เจ้านี่เหลือเกินจริง ๆ! ความจริงแล้วเจ้าไม่จำเป็นที่จะต้องทำเช่นนี้เลย”
ไป๋จิ่งเยว่กล่าวพลางยิ้มจาง ๆ “แค่ทำเรื่องที่สามารถทำได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น”
ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในความโกลาหล “ที่แท้แล้วคุณชายจิ่งเยว่ต้องการที่จะต่อสู้กับมู่เฉินซีสักครั้ง จึงได้ท้าประลองกับคนของสำนักหลินเยว่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้”
“ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่า คนของสำนักหลินเยว่ในแต่ละชั้นต่างก็จ้องแต่จะท้าประลองกับมู่เฉินซี”
“……”
ในเวลานี้คนของสำนักหลินเยว่ทั้งหมดต่างก็จ้องมองมาที่มู่เฉียนซีด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ มู่เฉียนซีเพิกเฉยแล้วหันไปกล่าวกับไป๋จิ่งเยว่ด้วยรอยยิ้มว่า “โปรดให้คำชี้แนะด้วย!”
ไป๋จิ่งเยว่กล่าวว่า “ข้าจะเอาความสามารถทั้งหมดของข้าออกม