นั้นอีก ไม่รู้ว่าเป็นผู้มากฝีมือจากที่ใดที่ออกมาฝึกฝนวิชา ช่างน่าตกใจเสียจริง ๆ
มู่เฉียนซีวาบผ่านไปราวกับภูตผีปีศาจ ใบพัดที่แผ่ขยายออกมาก็แปรงร่างเป็นพัดวิหคเล่มหนึ่ง ภายในชั่วพริบตานางก็ได้ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าชิงซวน และพัดวิหคเล่มนั้นก็ได้จ่ออยู่บริเวณลำคอของชิงซวนแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าแพ้แล้ว!”
ชิงซวนจ้องมองมู่เฉียนซีด้วยสายตาที่ไม่ยอมแพ้ มู่เฉียนซีกล่าว “หากไม่ยอมแพ้ ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่ชั้นสิบ! ถึงยามนั้นข้าจะใช้กระบี่วิญญาณธรรมดาต่อสู้กับเจ้าแทน จะได้รู้แพ้รู้ชนะกันไป เจ้าว่าอย่างไร?”
ชิงซวนทอดมองไปยังมู่เฉียนซีด้วยความตกตะลึง ขณะนี้มู่เฉียนซีได้ชนะการประลองติดต่อกันสิบสนามตามที่หวังไว้แล้ว นางจึงลงจากแท่นการประลอง
กระบี่ปีศาจชิงซวน ใช่ว่าเขาจะไม่สนใจเรื่องแพ้ชนะ ทว่าเขาสนใจกระบี่ที่อยู่ในมือของเขาตอนนี้เสียมากกว่า
เดิมทีกระบี่เล่มนี้ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักอยู่แล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาวุธศักดิ์สิทธิ์อย่างพัดวิหคเฟิงหลิง มันก็ยิ่งเข้าใกล้คำว่าพังทลายลงไปอีก ดังนั้นชิงซวนจึงไม่กล้าใช้กระบี่วิญญาณจนสุดกำลังมากนัก
ชิงซวนทอดมองไปยังมู่เฉียนซีที่กำลังเดินจากไป เขากำหมัดไว้แน่น