้กับมู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้น “แม่นางมู่ แม่นางได้ประลองไปแล้วถึงเก้าสิบสนาม! ต้องการให้ข้าน้อยนำทางไปห้องรับรองก่อนหรือไม่ ชั้นสิบล้วนเป็นผู้มากฝีมือระดับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นมหาจักรพรรดิระดับสูงทั้งนั้น แม่นางทำได้เพียงพักผ่อนให้พลังวิญญาณฟื้นฟูก่อน จึงจะทำการต่อสู้ได้อย่างเต็มที่”
มู่เฉียนซีกล่าว “ไม่เป็นไร ทำการประลองต่อเลยดีกว่า!”
ถึงแม้จะทำการประลองติดต่อกันเก้าสิบสนามแล้ว ทว่าพลังวิญญาณของมู่เฉียนซีก็ไม่ได้สูญเสียไปแต่อย่างใด
ไป๋จิ่งเยว่ที่ทำการประลองไปได้ครู่ใหญ่ เมื่อไม่มีผู้ใดรับคำท้าประลอง เขาจึงเลือกที่จะพักผ่อน และได้มาหามู่เฉียนซีที่แท่นประลองของขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูต
ทว่าเขาก็ไม่พบมู่เฉียนซีในชั้นหนึ่ง ชั้นสองก็ไม่มี ชั้นสามก็ไม่เห็น…
ไป๋จิ่งเยว่ตกตะลึงไปในทันที แม่นางมู่คงไม่ได้ทำการประลองไปเรื่อย ๆ จนไปถึงชั้นสิบแล้วหรอกนะ!
ทันทีที่ขึ้นไปบนชั้นสิบ เขาก็ได้พบมู่เฉียนซีจริง ๆ ไป๋จิ่งเยว่จึงตะโกนร้องเรียก “แม่นางมู่”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “อื้ม! เจ้ามาดูข้าประลองหรือ?”
“ข้ารู้ว่าพลังของแม่นางมู่แข็งแกร่งมาก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแม่นางมู่จะขึ้นมาถึงชั้นสิบได้รวดเร็วถึงเพียงนี้”
“อืม! อีก