็มีพัดวิหคเฟิงหลิงมาจ่อที่ลำคอของเขาเสียแล้ว
เส้นเลือดในข้อมือของเขาเต้นตุบ ๆ จนแทบจะปริแตกอยู่รำไร เขากำดาบไว้ในมือแน่นและไม่กล้าขยับเขยื้อนตัวแต่อย่างใด
เหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลนี้เกิดขึ้นรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ราวกับเพียงช่วงเวลาหายใจก็สามารถตัดสินผลแพ้ชนะได้ก็มิปาน
หวังฉงเบิกตาจ้องมองดรุณีน้อยที่อยู่เบื้องหน้า ดวงตาดำขลับคู่นั้นแฝงไปด้วยหนาวเหน็บราวกับเกล็ดน้ำแข็ง
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อื้ม! คิดจะทำให้ข้าเลือดตกยางออกรึ ไม่มีทางเสียหรอก แต่ข้าสามารถให้เจ้าลองดูได้”
“พลังวายุกักขังวิญญาณ!”
ภายในชั่วพริบตาหวังฉงก็รู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งร่าง พลังธาตุวายุที่อยู่รอบกายก็เกิดปั่นป่วนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
“อ้าาา!”
หวังฉงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ภายในชั่วพริบตาใบมีดวายุก็ได้ฝากบาดแผลที่ลึกลงไปจนเห็นกระดูกตามเนื้อตัวของเขาจนนับไม่ถ้วน ร่างสูงใหญ่ของหวังฉงล้มลงกระแทกพื้นพร้อมกับโลหิตที่แข็งตัว
ในขณะนั้นเองร่างสีม่วงก็ได้ออกห่างเขาไปไกลแล้ว โลหิตของนางก็ไม่มีไหลรินออกมาแม้แต่หยดเดียว
“ความเร็วขั้นสูงสุด ทักษะวิญญาณก็สุดยอดไปเลย”
“นะ…นางเป็นเพียงผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นมหาจักรพรรดิระดับหกเท่านั้น