อาวุโสของเผ่ามังกรเหล่านั้นมาให้ หวังว่าจะหาเบาะแสบางอย่างเจอ”
แม้แต่สุ่ยอู๋ซินเองก็ยังไม่รู้ถึงการมีอยู่ของมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงสว่าง ดูท่าหากต้องการจะหามังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงสว่างคงจะไม่ง่ายเสียแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เช่นนั้นต้องรบกวนพวกเจ้าสอบถามข่าวคราวให้แล้ว ข้าอยากที่จะตามหามันให้เร็วที่สุด”
สุ่ยอู๋ซินและเฮยเย้ากล่าวอย่างพร้อมเพรียง “ท่านมู่โปรดวางใจ”
สุ่ยอู๋ซินและเฮยเย้ารีบไปจัดการอย่างรวดเร็ว มู่เฉียนซีต้องการที่จะหามังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงสว่างให้เร็วที่สุด พวกเขาไม่กล้าที่จะโอ้เอ้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อถึงเวลาที่งานเลี้ยงตอนค่ำเริ่มต้นขึ้น คนจากเกาะราชามังกรทั้งหมดต่างก็พากันกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก
หลังจากที่งานเลี้ยงอาหารค่ำสิ้นสุดลงแล้ว หวงจิ่วเยี่ยที่เงียบขรึมมาโดยตลอดก็ได้เริ่มกระตือรือร้นขึ้นมาแล้ว
มู่เฉียนซีต้องการที่จะผลักเขาออกไป แต่สุดท้ายจิ่วเยี่ยก็กล่าวขึ้นมาด้วยเสียงที่แหบพร่าว่า “ซีเคยบอกว่า จะไม่ผลักไสข้า”
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย “สิ่งที่ข้าได้พูดไปก่อนหน้านี้ เดิมทีแล้วมันไม่ใช่ความหมายเช่นนี้เลย!”
“แต่ข้ารู้สึกว่า มันคือความหมายเช่นนี้”
ราชาจิ่วเยี่ยคิด