ิงกองหนึ่ง ได้เผาผลาญสัตว์ปีศาจอัสนีที่เปลี่ยนเป็นใกล้จะโปร่งแสงตัวนั้นขึ้นมา และร่างสีม่วงก็พุ่งออกมาจากร่างกายของมัน
พรึ่บ! ท่ามกลางเปลวเพลิง ร่างเงาสีม่วงก็ได้พุ่งตรงออกมาแล้ว
มู่เฉียนซีมองไปทางเหลยหมิงแล้วกล่าววว่า “รอนานมากเลยใช่หรือไม่?”
เหลยหมิงมองมู่เฉียนซีอย่างตื่นตะลึง พลางกล่าวว่า “ไม่นาน ๆ เจ้านี่ยอดเยี่ยมมากจริง ที่จริงแล้วเจ้าทำเช่นไรกันแน่? พระเจ้า!”
“ข้าช่างเลื่อมใสเจ้า…”
เพียงแต่ว่ายังตื่นเต้นไม่ทันเพียงพอ สายฟ้าที่หนาแน่นอยู่บนท้องฟ้าก็ฟาดผ่าลงมาอีกครั้ง และในครั้งที่ก็ไม่มีสถานที่ให้หลบซ่อนเลย ฉะนั้นจะต้องยืนหยัดต้านทานไว้อย่างสมบูรณ์ให้ได้มากที่สุด?
เหลยหมิงกรีดร้องออกมา “ตายแน่ ตายแน่แล้ว! นี่คือโทษทัณฑ์ที่ได้ฆ่าเจ้าสัตว์ปีศาจอัสนีตัวนั้นไปหรือไม่? นี่มันโหดเหี้ยมมากเกินไปแล้ว! ช่วยด้วย!”
หลังจากที่ได้สังหารสัตว์ปีศาจอัสนีไปตัวหนึ่ง ผลสุดท้ายก็ต้องมาพบกับวิกฤตกาลที่ไม่เคยมีมาก่อน
ครั้งนี้ คาดว่าคงจะต้องให้สุ่ยจิงอิ๋งออกรบลงสนามแล้วจริง ๆ
ผลก็คือถึงแม้ว่าเจ้าสิ่งเหล่านี้จะมีมากมาย แต่ทว่ากลับไม่ฟาดผ่าลงมาที่ตัวของพวกเขา
ท่ามกลางอัสนีเหล่านี้ ก็มีเสียงหัวเราะหนึ่งดังออกมา
“ฮ่า