ให้ลึกซึ้ง เช่นนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องรู้จักพวกมันทั้งหมด
และในตอนนี้ โม่หลิ่วขวงก็ได้ถูกส่งมาให้นางได้ฝึกฝีมือจนถึงที่พอดิบพอดี
เพียงไม่นาน โม่หลิ่วขวงก็สัมผัสได้ถึงพลังแห่งคำสาปที่คุ้นเคย และกล่าวออกมาอย่างตื่นตะลึงว่า “จะ…เจ้า เจ้าเป็นคนของเผ่าคำสาป”
มู่เฉียนซีไม่ได้ตอบเขากลับไป แต่ทว่าได้ร่ายคำสาปของคัมภีร์หมื่นคำสาปเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นคำสาปง่าย ๆ ที่อยู่ในการครอบครองของเผ่ามังกรเล่มนั้นนั่นเอง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “โม่หลิ่วขวง ความจริงแล้วข้าไม่คิดอยากที่จะแสดงการร่ายคำสาปเลย และก็ไม่ต้องการที่จะใช้การร่ายคำสาปนี้ทำร้ายผู้อื่นด้วย!”
เมื่อเปรียบเทียบกับคำสาปนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นเหมือนยาน้ำที่นางใช้ได้อย่างคล่องมือมากที่สุด และนางก็มีความคุ้นเคยทั้งในชีวิตที่แล้วและชีวิตนี้อีกด้วย
“แต่ว่านะ! ด้วยเหตุผลบางอย่าง ข้าจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจคำสาปให้ได้อย่างถ่องแท้ เช่นนั้นจึงได้มาฝึกมือกับเจ้า”
“อ๊าก! อย่านะ!”
“ปล่อยข้าไปเถอะ! เจ้ามันไม่ใช่คน”
“……”
ร่ายคำสาป ถอนคำสาป วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่รู้จบ
โม่หลิ่วขวงถูกทรมานจนอยากจะร้องขอความตาย แต่หลังจากนั้นเขาก็ได้เห็นการเพิ่มระดับของนักเล่นคาถาอาคมที่